พาณิชย์ เดินหน้าขอความร่วมมือ ผู้ผลิตตรึงราคาขายให้นานที่สุด หลังมาตรการตรึงดีเซลหมดลง
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า น้ำมันดีเซล คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของต้นทุนการขนส่ง หากราคาน้ำมันปรับขึ้น จะมีผลให้ธุรกิจบริการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ จะได้รับผลกระทบก่อน ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ยังไม่มีผลที่จะทำให้ราคาปรับขึ้น เพราะดีเซลมีสัดส่วนน้อยมากในต้นทุนการผลิต สำหรับค่าไฟฟ้าการปรับขึ้นจะมีผลบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ใช่นัยสำคัญที่จะเป็นต้นทุนส่งผลต่อราคาสินค้าปรับขึ้นทันที ขณะเดียวกัน กรมได้พูดคุยกับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ก็รับปากจะตรึงราคาขาย เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังคงจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง
“จากที่ได้รับฟังจากผู้ผลิตผู้ค้า เขาก็ไม่อยากปรับราคา เพราะกังวลเรื่องจำนวนลูกค้าที่ไม่เท่าเดิม และกำลังซื้อโดยรวมยังไม่ดีนัก ซึ่งราคาขึ้นลงนั้น อาจมีปัจจัยจากลดโปรโมชั่น ก็มีผลต่อราคากลับมาเกือบเท่าเดิม แต่ก็จะเห็นการสลับจัดโปรโมชั่น ซึ่งกรมฯมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อมีการปรับค่าดีเซลหรือไฟฟ้าหรือการเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบจะมีผลต่อโครงสร้างต้นทุนและราคาสินค้าอย่างไร แค่ไหน ตอนนี้เราขอให้ผู้ค้าตรึงราคาสินค้า เพราะหลายรายการก็มีแนวโน้มลดลงตามวัตถุดิบ เช่น กลุ่มผลิตจากข้าวสาลี่ หรือ ปลากระป๋องก็มีเรื่องเหล็กราคาลงแล้ว แต่ยังติดเรื่องวัตถุดิบปลานำเข้ายังสูง ขณะเดียวกันกัน เราก็สำรวจผู้ผลิตที่มีการปรับสูตรปรับไซซ์ด้วย หากมีเจตนาจะเลี่ยงเรื่องปรับราคาและมีการปรับขนาดที่ไม่สอดคล้องกับราคาขาย ถือว่าผิดกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
นายวัฒนศักย์กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้ายังเคลื่อนไหวไปตามกลไกตลาด ในกลุ่มเนื้อสัตว์ ผักสด ราคาอ่อนตัวลงจากภาวะอากาศที่เย็นลง ผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ส่วนผลไม้ราคาเฉลี่ยยังสูงกว่าปีก่อน ทั้งทุเรียน มังคุด ลำไย เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม กรมฯยังติดตามดูแลใกล้ชิด โดยการเร่งดูดซับผลผลิตที่ออกพร้อมกันและคาดว่าจะเกิดความต้องการ โดยนำผู้ค้าไปรับซื้อและกระจายไปในช่องทางต่างๆ พร้อมรณรงค์


