สมาพันธ์เอสเอ็มอีโอด ขึ้นค่าไฟ ดีเซล ซ้ำเติมธุรกิจ แบกต้นทุนพุ่ง ชี้ถึงเวลารัฐ ต้องรื้อโครงสร้างราคาพลังงาน
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า หากในวันที่ 1 สิงหาคม 2567 นี้ ราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 1 บาทต่อลิตร เป็น 34 บาทต่อลิตร รวมถึงค่าไฟที่จะปรับค่าเอฟทีอีกปลายปีนี้นั้น ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแน่นอน จากปัจจุบันที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบทั้งค่าไฟที่มีต้นทุนสูงขึ้นและค่าน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น 10% ของราคาก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ขณะที่ปัจจุบันเพดานอยู่ที่ 33 บาทต่อลิตร
ล่าสุดสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยได้มีการปรับค่าขนส่งเพิ่มขึ้น 3-9% ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นอย่างยิ่ง
“ค่าไฟฟ้าและน้ำมัน เป็นต้นทุนทางตรงในการประกอบธุรกิจ ขณะที่ค่าขนส่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักจะทำให้ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบ มีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น หากวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ราคาน้ำมันดีเซลขึ้นเป็น 34 บาทต่อลิตร เท่ากับขึ้นอีกกว่า 10% ดังนั้นถ้าชะลอการได้จะเป็นผลดี เพราะถ้ารัฐไม่มีมาตรการดูแลเฉพาะหน้า ไม่ใช่กระทบแค่ธุรกิจ ยังรวมถึงประชาชนด้วย ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเอกชน ต้องตั้งโต๊ะคุยกันหาแนวทางบรรเทาปัญหาระยะสั้นและระยะยาว” นายแสงชัยกล่าว
นายแสงชัยกล่าวว่า สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยเคยมีข้อเสนอแนะไปในเรื่องการปรับโครงสร้างต้นทุนพลังงานทั้งไฟฟ้าและน้ำมันที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของผู้ประกอบการในภาคธุรกิจไฟฟ้าและน้ำมัน ในขณะเดียวกันต้องให้ความเป็นธรรมกับประชาชนและผู้ประกอบการทั้งประเทศ ในการที่จะไม่สร้างความเหลื่อมล้ำและต้องหามาตรการทำให้โครงสร้างพลังงานเป็นต้นทุนที่แข่งขันได้ในระยะยาวกับต่างประเทศ
“คิดว่าวันนี้รัฐบาลก็พยายามทำเรื่องนี้อยู่ แต่อยากให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพราะวันนี้มันรอช้าไม่ได้ เศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาวะการแข่งขันก็ดุเดือดและรุนแรงขึ้น ในอนาคตยิ่งมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจทุกเซ็กเมนต์ จะทำให้เอกชนปรับตัวได้ช้า ดังนั้นรัฐต้องนำร่องปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงงานสู่ธุรกิจสีเขียว เช่น ใช้พลังงานสะอาด ทำให้เกิดโซลาร์ชุมชน เป็นต้น” นายแสงชัยกล่าว

