โอด “ขึ้นค่าไฟ” ตัวเร่งปิดกิจการเพิ่ม ถ.ข้าวสาร ชงลดเก็บภาษี 50% ชดเชยรายได้

14.07.24 | 11:28 น.

ธุรกิจบริการโอด”ขึ้นค่าไฟ” ตัวเร่งปิดกิจการเพิ่ม ถ.ข้าวสาร ชงลดเก็บภาษี 50% ชดเชยรายได้

นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยกับมติชน ว่า ทุกครั้งที่มีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับภาคบริการและสถานบันเทิง ย่อมส่งผลกระทบต่อโดยตรงต่อต้นทุนและค่าใช้จ่ายของธุรกิจเพิ่มขึ้น และยิ่งการขึ้นในช่วงนี้ ถือเป็นการกดดันการประกอบธุรกิจให้แย่ลงอีก

ด้วยขณะนี้ผู้ประกอบการกำลังประสบปัญหากำลังซื้อถดถอยและเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว สะท้อนจากอัตราเข้าพักของนักท่องเที่ยวเหลือ 40% ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเรื่อยมา จากไตรมาสแรกอัตราเข้าพักดีเฉลี่ย 80% บวกกับคนไทยมาใช้จ่ายในถนนข้าวสารก็ลดลง จึงทำให้รายได้ตกลงมาก 30-40% ถือว่ารุนแรงมากต่อการทำธุรกิจ ซึ่งเมื่อต้นทุนเพิ่ม จนไม่อาจแบกรับได้ไหว ก็ต้องผลักดันผ่านการปรับขึ้นราคากับผู้บริโภค

ส่วนอัตราขึ้นเท่าไหร่ ต้องดูจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เช่น เคยเสียค่าไฟฟ้าเดือนละ 10,000 บาท ปรับเพิ่มเป็น 12,000 บาท หรือปรับขึ้น 20% ก็ต้องพิจารณาว่าจะปรับอย่างไร ที่ไม่กระทบต่อลูกค้าด้วย เพราะเขาก็มีภาระเพิ่มจากค่าไฟและค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เพิ่มขึ้น

“ธุรกิจกังวลต่อการปรับค่าไฟฟ้า หรือต้นทุนจากอื่น หากดีเซลขึ้น ค่าแรงปรับ ท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่น กำลังซื้อประชาชนหดตัวรุนแรง ตอนนี้เจอปัญหารุมเร้ามาก อีกทั้งความไม่แน่นอนทางการเมือง อย่างเรื่องกัญชา จะกลับไปเข้าบัญชียาเสพติด ส่งผลรุนแรงต่อผู้ที่กำลังเจรจาขายธุรกิจกับต่างชาติ เจ้าของฟาร์มเสียหาย และ ร้านที่เช่าทำธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนหน้านี้ จ่อยกเลิก กระทบรายได้ธุรกิจพื้นที่ให้เช่าก็เว้นว่าง รายได้หดหายจากนโยบายรัฐที่ไม่ต่อเนื่อง กลายเป็นอุปสรรค

Advertisement

โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะออกมาอย่างไร งบประมาณปี2567 ล่าช้า 6 เดือน จะพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติไตรมาส 3 ช่วงโลว์ซีซั่นจนถึงไตรมาส 4 จึงกลับมาอีกครั้ง ดูจากยอดจองบินลดลงกว่า 10% ยอดจองห้องผ่านแพลตฟอร์มดังเคยขายได้ 2-3 พันบาทต่อเดือน

ตอนนี้ต่ำกว่า 1 พันบาทแล้ว ช่วงเข้าพรรษาคนไทยเที่ยวน้อยลงอีก ไตรมาสสาม คงต้องรัดเข็มขัดกันทุกฝ่าย ก็เริ่มเห็นการยกเลิกเช่าพื้นที่ทำธุรกิจโดยเฉพาะรายย่อยรายเล็ก หากช่วง 2-3 เดือนนี้ หากสถานการณ์กำลังซื้อไม่ฟื้นตัว จะเห็นการชะลอการลงทุนใหม่อีกยาว และเห็นการเลิกกิจการมากขึ้น ” นายสง่า กล่าว

นายสง่า กล่าวต่อว่า ในส่วนของธุรกิจภาคบริการ อยากขอให้รัฐช่วยลดต้นทุนและชะลอปัญหาเฉพาะหน้า โดยการออกมาตรการช่วยเหลือด้านภาษี โดยการลดอัตราเก็บภาษีป้ายและภาษีโรงเรือน เหลือ 50% ในรอบการจัดเก็บปี 2568 พร้อมกับเร่งรัดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจให้เป็นรูปธรรม อย่างโครงการเงินดิจิทัล 10000 บาท มาตรการจูงใจท่องเที่ยว สร้างความมั่้นใจเรื่องความต่อเนื่องนโยบายรัฐบาล อย่าซ้ำรอยเรื่องกัญชา รวมถึงการดูแลเรื่องต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่าเพิ่งปรับขึ้นในภาวะกำลังซื้อและเศรษฐกิจไม่ดีอย่างวันนี้