คําว่าคนอีสานจน น่าจะเป็นสิ่งที่ได้ยินกันมานาน
สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดข้อมูลภาคครัวเรือนอีสาน พบรายได้น้อยกว่ารายจ่ายถึง 5,396 บาทต่อเดือน พื้นที่ช่องว่าง (gap) สูงที่สุด เมื่อเทียบกับภาคอื่นในประเทศ รวมทั้งมีการถ่างของช่องว่างที่เพิ่มขึ้น จากปี 2556 รายได้น้อยกว่ารายจ่าย 2,338 บาทต่อเดือน
แนวโน้มปี 2568 ฟื้นตัวช้า และโตต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ ขยายตัว 0.9-1.9% ต่อปี และครัวเรือนยังพึ่งพาเงินช่วยเหลือมากที่สุดในประเทศ 5,024 บาทต่อครัวเรือน แรงงานกว่า 50% อยู่ภาคการเกษตร เศรษฐกิจภาคอีสานขึ้นอยู่กับเกษตรกรรม
โอกาสที่รายได้เติบโตจึงไม่มากนัก เนื่องจากรายได้ไม่แน่นอน และมีรายได้เฉลี่ยปีละ 1 รอบเท่านั้น
มองย้อนปัญหา พูดถึงอาชีพเกษตรกรไทย ส่วนใหญ่คู่กับคำว่ายากจน ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลมองเกษตรกรเป็นฐานเสียงสำคัญ จึงอัดนโยบายสินเชื่อ แจกเงินให้เกษตรกรจำนวนมาก อาจตั้งข้อสังเกตได้ว่าเกษตรกรไทยติดกับดักการหารายได้เอง เลือกรอพึ่งพารัฐบาลอย่างเดียวหรือไม่
มองรัฐบาลปัจจุบันของ “เศรษฐา ทวีสิน” ยังคงสานต่อมาตรการพักหนี้เกษตรกรเช่นเดียวกับรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ได้พยายามเพิ่มเติมเงื่อนไข คือ การฝึกฝนอาชีพ สร้างรายได้ด้วย น่าติดตามว่าช่วยยกระดับเกษตรได้มากน้อยแค่ไหน
อย่างไรก็ดี ความเหลื่อมล้ำของคนไทยในแต่ภูมิภาค ยังเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ได้โฟกัสมากนัก เพราะมาตรการต่างๆ ที่ออกมา ยังเป็นมาตรการที่ช่วยเหลือในภาพรวม
ทั้งที่แต่ละภูมิภาคโครงสร้างต่างกัน การขับเคลื่อนมีทั้งท่องเที่ยวและบริการ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม หรืออาจผสมผสานกันตามความเหมาะสมแต่ละพื้นที่ ยกเว้นอีสานที่เน้นเกษตรกรรมเป็นหลัก
ข้อมูล ธปท. สะท้อนปัญหาได้ชัดเจน อยู่ที่รัฐบาลว่าจะมีแนวทางลดปัญหาเหลื่อมล้ำเรื่องรายได้อย่างไร ต้องติดตามกัน
ณัฐชนัน ฐิติพันธ์รังสฤต

