พนักงานการไฟฟ้าฯ กว่า 200 ชีวิต บุกทำเนียบ ยื่่นหนังสือค้านขึ้นค่าไฟฟ้า ผลักภาระให้ปชช.
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง (สภฟ.) ได้รวมตัวพนักงานการไฟฟ้านครหลวงกว่า 200 คน เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล นำโดย นายเสนอ วิสุทธนะ ประธาน สภฟ. ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องคัดค้านการผลักภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชน โดยอ้างถึงแนวทางการปรับค่า Ft ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยมี นายสมคิด เชื้อคง ผู้ช่วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือที่ยื่นต่อนายกรัฐมนตรี
โดยระบุว่า “ตามที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) นำเสนอแนวทางการปรับค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) สำหรับงวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2567 เพื่อรับฟังความคิดเห็นตามที่อ้างถึง กกพ.ได้ นำเสนอการปรับค่า Ft เป็น 3 แนวทางตามสิ่งที่ส่งมาด้วย ซึ่งมีผลทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นนั้น
การปรับค่าไฟฟ้าหรือค่า Ft ครั้งนี้ ถือเป็นการผลักภาระให้แก่ประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งๆ ที่ปัจจุบันประชาชนต้องทุกข์ยากลำบากจากค่าครองชีพที่พุ่งทะยานสูงขึ้น ทั้งค่าน้ำมัน ค่ารถเดินทาง และค่าของกินของใช้ที่แพงขึ้นอย่างมาก แต่รัฐบาลกลับไม่มีมาตรการแก้ไขค่าครองชีพที่สูงขึ้น ยิ่งมีการปรับค่า Ft จะยิ่งเป็นการสร้างความทุกข์ยากอดอยาก เป็นการซ้ำเติมประชาชน รวมถึงลูกจ้างทั้งของรัฐและเอกชนเพิ่มมากขึ้นแต่เดิม มีการค้ดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (กฟผ.) ไปเป็นเอกชน
แต่ในรอบสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลกลับพยายามจำกัดการผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ขณะเดียวกันกลับเปิดช่องทางให้บริษัทเอกชนเข้ามาทำการผลิตกระแสไฟฟ้าขายให้กับ กพผ. และปล่อยให้บริษัทเอกชนเหล่านี้เข้ามาหากินหาประโยชน์จากนโยบายของรัฐ โดยการทำสัญญาระยะยาวผูกขาดการขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. หากินกับการสำรองไฟฟ้า (Reserve Margin)
แม้ กฟผ.ไม่ซื้อก็ต้องจ่าย (ต้นทุน) เท่ากับยินยอมให้บริษัทเอกชนหรือกลุ่มทุนใหญ่เข้ามาขูดเลือดขูดเนื้อประชาชน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากนโยบายของรัฐที่มีการสำรองไฟฟ้าสูงเกินความจำเป็น อยู่ที่ระดับ 35-50% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ ขณะที่อัตราการสำรองไฟฟ้าตามเกณฑ์เดิมอยู่ที่ 15% การสำรองไฟฟ้ายิ่งสูงมากจะกลายเป็นต้นทุนแฝงที่เป็นภาระของผู้ใช้ฟฟ้าหรือประชาชน ดังนั้น การเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนจึงถือเป็นการทุจริตเชิงนโยบาย ที่ประชาชนทุกข์ทนกับภาระต้นทุนที่ต้องแบกรับสูงขึ้น ตลอดนับสิบปีที่ผ่านมา
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวงจึงเรียนมาเพื่อขอคัดค้านการผลักภาระต้นทุนให้กับประชาชน รวมทั้งขอให้ยุตินโยบายการให้บริษัทเอกชนผลิตกระแสไฟฟ้า และโอนการผลิตกระแสไฟฟ้ากลับมาให้ กฟผ.ตามเดิม รวมทั้งการคงอัตราการสำรองไฟฟ้าไว้ที่ 15%”

