หน้าแรก เศรษฐกิจ ณัฐชา พอใจกรม...

ณัฐชา พอใจกรมประมงแจงข้อเท็จจริง ไม่เคยขอนำเข้าปลาหมอคางดำปี54

17.07.24 | 16:13 น.

ณัฐชา พอใจกรมประมงแจงข้อเท็จจริง ไม่เคยขอนำเข้าปลาหมอคางดำปี54 เชิญถกอนุกมธ.พรุ่งนี้

ที่ห้องประชุมอานนท์ กรมประมง เขต จตุจักร กรุงเทพฯ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) เปิดเผย หลังการแถลงข่าวของกรมประมง กรณีปลาหมอคางดำระบาดหนักว่า การแถลงข่าววันนี้ ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ และต้องขอขอบคุณทางกรมประมงที่เปิดข้อมูลข้อเท็จจริงว่า ทางกรมประมง ไม่เคยได้รับเอกสารจากทางบริษัท เอกชน ที่นำเข้าและวิจัยพันธุ์ปลาหมอคางดำ ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน และ ขอขอบคุณที่เปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนจากทางกรมประมงที่ยืนยันว่าตั้งแต่ปี 2554 ไม่เคยมีบริษัท เอกชน รายใดขอนำเข้าปลาสายพันธุ์นี้อีกเลย ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า บริษัท เอกชน แห่งนี้ เป็นบริษัท เอกชน แห่งเดียวในประเทศไทยที่นำเข้า พันธุ์ปลาหมอคางดำ เข้ามาวิจัย เมื่อ 14 ปีที่แล้ว

ดังนั้นตลอดระยะ 14-15 ปีที่ผ่านมา จนถึงมีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในปัจจุบันและรุกรานประชาชนชาวเกษตรกรไทย และ ทำให้ เกษตรกรไทยตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพไปหลายราย ซึ่งวันนี้ก็มีความชัดเจนแล้วว่า การแพร่ระบาดครั้งนี้ได้สร้างเดือนร้อนและความเสียหายให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรอย่างไรบ้าง และ ปลาสายพันธุ์นี้ มีอานุภาพการทำลายล้างสูงมาก

“แน่นอนการนำเข้าหรือกระบวนการการติดตาม จากที่ได้ฟังกรมประมงแล้ว ถือว่าเป็นการติดตามที่ยังไม่รัดกุมเท่าไหร่ เพราะว่าทำให้ปลาที่อนุภาพทำลายล้างสูงออกไปสร้างผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนถึงขนาดนี้” นายณัฐชา กล่าว

ทั้งนี้ นายณัฐชา เผยว่า การเข้มมาตรการที่รัดกุมจะเกิดขึ้นหลังกฎหมายใหม่แต่ ประเด็นสำคัญที่ทาง นายบัญชา สุขแก้ว อธิปกรมประมง ชี้แจงว่า ถึงแม้ว่า มีบริษัท เอกชน รายหนึ่งนำเข้าและละเลยจนหลุด แต่ข้อกฎหมาย ณ ช่วงเวลานั้น จนถึง ปัจจุบัน ไม่สามารถไปเอาผิดกับทางบริษัทดังกล่าวได้ ตรงนี้ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญ เพราะ การทำลายล้าง ที่มีผลต่อเกษตรกร ต่อประชากรไทย สูงขนาดนี้ แต่ไม่มีข้อกฎหมายเอาผิดถือว่า เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจอย่างยิ่ง สำหรับวงการเกษตรและวงการประมงของประเทศไทย

Advertisement

โดยวันนี้ ผมได้เห็นทางนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน และ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องการหาต้นตอที่มาและสาเหตุของการการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำนี้ให้ได้ ฉะนั้นทางฝ่ายรัฐบาลนอกจากการสั่งการแล้ว ก็ต้องมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ส่วนทางคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) เองก็มีความติดขัดในการตรวจสอบต้นตอเนื่องจากเป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่สามารถพึ่งกระทำได้

“ฉะนั้น การยกระดับหาข้อเท็จจริง ทางคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.)จะเร่งพิจารณาในการยื่นนิติบัญญัติด่วนเพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญ และจะขอเชิญหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามา ร่วมแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ และ ต้องขอความร่วมมือไปยังฝ่ายบริหารท่านนายกรัฐมนตรีที่จะพิสูจน์ตามคำพูดของท่านว่า จะหาต้นต่อของการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำให้ได้ เพราะจากการแถลงแนวทางทั้งการแก้ไขปัญหาและการเอาผิดตามข้อกฎหมายนั้น ดูริบหรี่ เหลือเกิน” นายณัฐชา กล่าว

นายณัฐชา กล่าวว่า ตามที่ท่านอธิปกรมประมง เผยว่า การรับผิดชอบมี 2 สองทาง 1.รับผิดชอบตามกฎหมายกำหนด 2.รับผิดชอบตามจิตสำนึก ซึ่งถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดก็ต้องเหลือเพียงแค่ข้อที่สอง คือ รับผิดชอบตามจิตสำนึก ที่พอจะรับผิดชอบต่อสังคมไทยได้

ทั้งนี้ นายณัฐชา กล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันพรุ่งนี้ (18 ก.ค. 2567) จะมีการประชุมคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ที่สภาผู้แทนราษฎร เวลา 9.30 น. โดยเชิญทั้ง รัฐมนตรี และ ท่านอธิบดีกรมประมงเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย