พาณิชย์’ ร่วมวงถกอาเซียน เร่งเครื่องอัพเกรด FTA เคาะแผนงานความร่วมมือใหม่ๆ กับคู่ค้า 11 ชาติ ก่อนชงรมต.เศรษฐกิจ ก.ย.นี้
‘พาณิชย์’ ร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน และการประชุมหารือกับคู่เจรจา เร่งเครื่องอัพเกรด FTA อาเซียน–ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ และ FTA อาเซียน–จีน ตั้งเป้าสรุปผลเจรจาในปีนี้ ชูผลลัพธ์สำคัญของงานภายใต้เสาเศรษฐกิจ พร้อมคุยกับคู่ค้า 11 ชาติ เคาะแผนงานความร่วมมือใหม่ๆ ก่อนชง รมต.เศรษฐกิจ ก.ย.นี้
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน (Senior Economic Officials Meeting: SEOM) ครั้งที่ 3/55 และการประชุมหารือกับคู่เจรจา ระหว่างวันที่ 9–14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เพื่อเร่งการเจรจายกระดับ FTA ของอาเซียน และสรุปผลการดำเนินการประเด็นเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียนในปีนี้ พร้อมทั้งแผนงานความร่วมมือใหม่ๆ กับ 11 คู่เจรจาของอาเซียน เพื่อเสนอรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนรับรองในเดือนกันยายนนี้
นายธัชชญาน์พล กล่าวว่า กรมให้ความสำคัญกับการเจรจา FTA ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทย จึงได้ร่วมผลักดันอาเซียนในการเร่งรัดการเจรจายกระดับ FTA 2 ฉบับ ให้มีผลโดยเร็ว ซึ่ง FTA อาเซียน–ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ ที่ผ่านการยกระดับใหม่ จะต้องเร่งให้สัตยาบันเพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในปีนี้ และ FTA อาเซียน–จีน จะต้องเร่งรัดการเจรจายกระดับให้มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2567 เพื่อให้ทันรายงานต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในเดือนกันยายนนี้ รวมทั้งเสนอผลลัพธ์สำคัญของงานภายใต้เสาเศรษฐกิจหลายเรื่อง อาทิ การจัดทำร่างปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างกัน เพื่อยืนยันถึงความพร้อมของการเป็นตลาดและฐานการผลิตร่วมของภูมิภาค ที่จะรับมือกับความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก ความคืบหน้าการเจรจาจัดทำกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ซึ่งตั้งเป้าให้คืบหน้าร้อยละ 50 ในปีนี้ ก่อนปิดดีลในปี 2568 การจัดทำแผนงานเพื่อต่อยอดยุทธศาสตร์อาเซียนเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน เน้นใช้กลยุทธ์ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนของภูมิภาค อาทิ การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานสินค้าหมุนเวียนในภูมิภาค ผ่านการเจรจากฎระเบียบเพื่อนำสินค้าที่ใช้แล้วมาแปลงเป็นสินค้าเสมือนใหม่ภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (ATIGA) การดึงดูดการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมกลไกการเงินสีเขียว (Green Finance) เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดกระบวนการผลิต
นอกจากนี้ อาเซียนได้สรุปแผนงานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจาทั้ง 11 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา จีน สหภาพยุโรป อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยเน้นสาขาความร่วมมือใหม่ๆ เพื่อรองรับรูปแบบการค้าในอนาคต อาทิ สหราชอาณาจักร เน้นนวัตกรรมดิจิทัล การพัฒนา MSMEs และบริการทางการเงิน ญี่ปุ่น เน้นด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ และแคนาดา เน้นด้านการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยจะเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียนกับคู่เจรจารายประเทศ ซึ่งจะพิจารณาให้การรับรองในเดือนกันยายนนี้

