เครดิตบูโรเปิดหนี้เสียพุ่ง 1.14 ล้านล้าน รถ บ้าน บัตรเครดิต มากสุด ฉุดสินเชื่อใหม่ดิ่ง ห่วงหนี้อสังหาต่ำ 3 ล้านท่วมตลาด
เมื่อวันที่ 17 กรกฎราคม นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ภาพรวมหนี้เสียในครึ่งปีแรกของปี 2567 ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ดูจากข้อมูลรอบ 5 เดือนแรก หนี้เสียอยู่ที่ 1.14 ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่เป็นหนี้เสียจากสินเชื่อรถยนต์ อยู่ที่ 250,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.1% หนี้เสียสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 218,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4%และหนี้เสียสินเชื่อบัตรเครดิตอยู่ที่ 67,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% นอกจากนี้ยังมีหนี้ที่เริ่มค้างชำระ 1-3 เดือน อยู่ประมาณ 680,000 ล้านบาท คาดว่าเมื่อมีการปรับโครงสร้างหนี้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมาจะทำให้หนี้เสียลดลง หลังธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) บังคับให้ธนาคารซึ่งเป็นเจ้าหนี้เข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อรายใหม่เพื่อสกัดหนี้เสียเพิ่ม มีผลให้หนี้ครัวเรือนลดลง หลังธนาคารมีการปล่อยสินเชื่อใหม่น้อยลงแล้ว
“ประเมินเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปี 2567 น่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก แต่จะดีกว่าที่เราคิดไว้หรือไม่ ยังไม่รู้ เป็นผลจากงบประมาณปี 2567 เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยังมีงบประมาณปี 2568 ที่จะออกมาอย่างต่อเนื่องเดือนตุลาคมนี้ จะช่วยให้การจับจ่ายใช้สอยดีขึ้น รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามา ส่งผลดีต่อธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว จึงทำให้เศรษฐกิจดูดีขึ้น แต่เราคิดว่ามันน่าจะดีขึ้นกว่านี้ และยังไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์ทำให้ช็อกอีกหรือเปล่า”นายสุรพลกล่าว
นายสุรพลกล่าวว่า สำหรับหนี้เสียบ้านที่พบมากที่สุด เป็นราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่สุด และลูกค้าเป็นกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือนที่น่าเป็นห่วงมากสุด อย่างไรก็ตามหลังคุมการปล่อยสินเชื่อใหม่ และมีการปรับโครงสร้างหนี้ผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) สามารถยืดเวลาการผ่อนชำระได้ถึง 80-85 ปี เพื่อลดภาระค่างวดผ่อนบ้าน มองว่าแนวโน้มหนี้เสียบ้านปีนี้น่าจะทรงตัว ส่วนหนี้รถยนต์ตลอดปี2567 จะเป็นเรื่องของการเคลียร์หนี้เก่าอย่างเดียว หลังธนาคารคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อใหม่ จึงคาดการณ์ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อบ้านและรถยนต์ในปีนี้จะไม่โตและอาจติดลบ 1-2%
“การแก้ปัญหาหนี้เสีย 1.กู้เท่าที่จำเป็น 2.กู้ให้พอดีกับที่จะจ่ายได้ อย่ากู้เกินตัว เมื่อแบงก์ชาติมีการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อใหม่ คนเลยรู้สึกอึดอัด อย่างธุรกิจอสังหาฯเมื่อลูกค้ากู้แบงก์ไม่ผ่านสูง ก็ต้องลดราคาลงมา”นายสุรพลกล่าว
นายอลงกต บุญมาสุข เลขาธิการและประธานกรรมการบริหารสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า จากภาวะหนี้ครัวเรือนยังปรับตัวสูงกว่า 90%ของจีดีพี ทำให้ธนาคารเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อใหม่ ส่งผลให้ตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยในครึ่งแรกของปี 2567 ยังขยายตัวได้น้อย จากกำลังซื้อในประเทศที่หดตัวมาก แม้ผู้ประกอบการอสังหาฯจะจัดโปรโมชั่นลดราคา แต่การกระตุ้นผู้บริโภคยังไม่กระเตื้องขึ้น เพราะหนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยอัตราการถูกปฎิเสธสินเชื่อยังอยู่ระดับสูง 40-50% ส่วนใหญ่เป็นบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) กล่าวว่า ผ่านไตรมาส1/2567 ภาพรวมเศรษฐกิจและเครื่องชี้ภาคอสังหาฯที่เป็นไปในทิศทางชะลอตัวลง คาดว่าทั้งปีนี้มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ 103,930 หน่วย เพิ่ม 8% มูลค่ารวม 637,906 ล้านบาท เพิ่ม 7% มียอดขายได้ใหม่ 67,696หน่วย ลดลง 8.4% มูลค่า 342,299 ล้านบาท ลดลง 11.2% ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยเหลือขายเพิ่มขึ้นเป็น 246,280 หน่วย เพิ่ม 17.3% มูลค่า 1,393,395 ล้านบาท เพิ่ม 18.6% ดังนั้นผลจากยอดขายใหม่ปรับตัวลดลงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และปัจจัยลบต่าง ๆ จะส่งผลการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั่วประเทศอยู่ที่ 678,151 ล้านบาท ลดลง 0.03%

