มิราเคิล กรุ๊ป ชี้ศก. ปี 67 ยังเหนื่อย เหตุต้นทุนพุ่ง-ภาระใช้จ่ายเพียบทุบรายได้ลดฮวบ
นายอัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจโรงแรมในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าต้นทุนปรับเพิ่มขึ้นมาทุกรายการ ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าจ้างพนักงาน ราคาน้ำมัน และข้าวของสินค้า สวนทางกับรายได้ของประชาชนที่ยังไม่ฟื้นตัว นับตั้งแต่วิกฤตโควิด จนถึงปัจจุบัน ทำให้โรงแรมไม่สามารถปรับราคาห้องพักเพิ่มขึ้นตามต้นทุนได้ ขณะนี้การทำธุรกิจโรงแรมขอแค่มีเม็ดเงินจ่ายดอกเบี้ยกับเงินต้นได้ก็พอใจแล้ว เนื่องจากหากพิจารณาเฉพาะอัตรากำไรสุทธิ (มาร์จิ้น) ในอดีตเคยทำได้อยู่ประมาณ 20-30% แต่ในปี 2567 นี้ คาดว่าอยู่ประมาณ 10% กว่าๆ ก็ถือว่าดีแล้ว

“เรื่องต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาสูงในตอนนี้ โดยเฉพาะดอกเบี้ย ที่ถือเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจ เพราะวิ่งตลอด แต่โรงแรมเปรียบเหมือนสินค้าเน่า หากไม่ได้เปิดขายในวันนี้ ก็เก็บไปขายวันต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะเราขายห้องพักหรืออาหารในโรงแรมแบบวันต่อวัน แต่ดอกเบี้ยวิ่งตลอดเวลา แม้ไม่มีรายได้เข้ามา ซึ่งดอกเบี้ยที่อยู่ระดับสูงถือเป็นภาระต้นทุน เราเข้าใจที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองในภาพรวมเศรษฐกิจในอนาคตจะเริ่มดีขึ้น จึงไม่ได้ลดดอกเบี้ย แต่ภาวะปัจจุบันตอนนี้ที่ทั้งธุรกิจทั้งประชาชนเดือดร้อน ก็อาจต้องประเมินการลดดอกเบี้ย ซึ่งจะต้องลงในอัตราที่เท่ากัน เพื่อให้ประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน” นายอัศวินกล่าว
-การเมืองระอุฉุดศก.
นายอัศวินกล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ ถือว่ายังเหนื่อย เพราะมีปัจจัยเสี่ยงรออยู่เบื้องหน้า โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่กลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลกระทบเชื่อมโยงกับสภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมที่ยังไม่ได้ฟื้นตัวกลับมา ซึ่งในฐานะผู้ประกอบการเอกชน ก็ต้องพยายามประคองตัวเองเอาตัวให้รอดภายใต้ภาวะต้นทุนสูง สวนทางรายได้ในธุรกิจ พยายามให้พนักงานที่เกี่ยวข้องลงไปพบลูกค้ามากรายบุคคลให้มากขึ้น เพื่อสร้างกระแสเงินสด รวมถึงพยายามลดการใช้จ่ายที่ถือเป็นต้นทุนของธุรกิจเท่าที่จะทำได้ ยกตัวอย่างล่าสุดได้ออกแคมเปญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง ผ่านการจำหน่ายคูปองเงินสดที่ใช้ในโรงแรมได้ ทั้งการรับประทานอาหารหรือจองห้องพัก ในราคาที่เพิ่มขึ้นจากมูลค่าการขาย อาทิ ราคาขายอยู่ที่ 10,000 บาท ได้มูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 15,000 บาท ขายที่ 20,000 บาท ได้จริงที่ 30,000 บาท ซึ่งถือเป็นการดูแลลูกค้าและคืนกำไรให้ ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง ในธุรกิจก็จะได้ในการสร้างกระแสเงินสดเพิ่มเติม

-ท่องเที่ยวถูกกระทบแง่ลบ
นายอัศวินกล่าวว่า ภาพรวมการท่องเที่ยว ขณะนี้รัฐบาลส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ สะท้อนจากมาตรการอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน ทุกภาคส่วนก็หันมาให้ความสนใจในด้านท่องเที่ยวค่อนข้างมากเช่นกัน แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาจำนวนมากในปัจจุบัน คำถามคือ เราจะสามารถดูแลได้มากเท่าใด เพราะตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีการก่อเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง อาทิ การอุ้มหาย จนล่าสุดพบการเสียชีวิตของชาวต่างชาติจำนวน 6 ราย ในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านราชประสงค์ โดยกรณีที่เกิดขึ้นแบบนี้ ถือว่าส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในด้านภาพลักษณ์ ทำให้ชาวต่างชาติมองว่าไทยมีความน่ากลัวในการเดินทางเข้ามา จึงสะเทือนในการท่องเที่ยวด้วย ขณะที่ในระยะถัดไป การทำนโยบายด้านการท่องเที่ยว ประเทศไทยจะต้องมีศักดิ์ศรีมากกว่า เน้นรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีศักยภาพ พำนักระยะยาว ไม่ใช่เน้นดึงจำนวนมากๆ เข้ามาแล้วปล่อยฟรีแบบนี้ เพราะทำให้ผู้ที่คิดที่จะทำไม่ดีเข้ามาก่อเหตุในประเทศ เพราะมองว่าประเทศไทยง่าย ทำอะไรก็ได้

