‘ซูซูกิ’ งัดทีเด็ด ‘7บริการหลังการขาย’ สู้อีวี เผยรง.ระยองยังผลิตต่อถึงปีหน้า หลังจากนั้นต้องวางแผนใหม่รวมทั้งพนักงาน

18.07.24 | 16:56 น.

‘ซูซูกิ’ งัดทีเด็ด ‘7บริการหลังการขาย’ สู้อีวี เผยรง.ระยองยังผลิตต่อถึงปีหน้า หลังจากนั้นต้องวางแผนใหม่รวมทั้งพนักงาน


เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดแถลงข่าวแผนดำเนินธุรกิจในประเทศไทย หลังจากมีการประกาศเตรียมยุติการประกอบรถยนต์ที่โรงงานจ.ระยอง เปลี่ยนเป็นการนำเข้าจาก อินโดนีเซีย อินเดียและญี่ปุ่นแทน ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดรถยนต์อย่างรุนแรง เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวีจากจีน เข้ามาแข่งขัน

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดรถยนต์ในประเทศยังคงซบเซา 6 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ ตลาดรถยนต์รวมมียอดขายอยู่ที่ 307,995 คัน สำหรับซูซูกิ ยอดขายรวมทั้งสิ้น 3,791 คัน ลดลง 54% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2023 ปัจจัยหลักคือ ปัญหาสภาวะเศรษฐกิจซบเซา ส่งผลให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น กระทบต่อการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินอย่างชัดเจน แม้จะต้องเผชิญกับการแข่งขันในอุตสากรรรมยานยนต์เข้มข้น สภาวะเศรษฐกิจยังคงไม่ฟื้นตัว กระทบต่อตลาดรถยนต์ภาพรวม ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญช่วงที่ผ่านมา ซูซูกิยังมุ่งมั่นจะดำเนินธุรกิจในประเทศไทยต่อไปอย่างมั่นคง จึงเตรียมแผนการดำเนินธุรกิจให้พร้อมรองรับต่อการแข่งขันในอนาคต ยังคงอยู่ภายใต้วิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจ “Enhancing the Ability to Compete in the Upcoming Automotive Market เพิ่มขีดความสามารถสู่การแข่งขันในอนาคต ที่ได้ประกาศแก่ผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่จะเกิดขึ้นภายใต้แคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE” ยกระดับงานบริการทุกด้าน เน้นย้ำการดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจ มอบคุณภาพของงานบริการที่ดีที่สุด ซูซูกิเตรียมพร้อมแข่งขันในตลาดรถยนต์ ด้วยแผนการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ 4 รุ่น ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป สอดคล้องกับทิศทางและนโยบายการรักษาความเป็นกลางทางคาร์บอนประกอบไปด้วยรถประเภทไฮบริดและรถพลังงานไฟฟ้า 100%

Advertisement

เมื่อถามว่า หลังจากปิดโรงงานที่ระยองมีแผนจะใช้โรงงานดังกล่าวไปผลิตอะไร นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ กล่าวว่า โรงงานดังกล่าวจะยังคงผลิตไปจนถึงปี 2025 แต่ขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะทำอะไร กำลังพิจารณา โดยเฉพาะเรื่องพนักงาน

ด้าน นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การพัฒนางานบริการในทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศเป็นเป้าหมายสำคัญยิ่งของซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เพื่อให้ซูซูกิสามารถดำรงอยู่ได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย การปรับปรุงแผนและพัฒนาการดำเนินงานเพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ แคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE” จะรองรับดูแลลูกค้าด้วยคุณภาพและมาตรฐานของซูซูกิได้อย่างแท้จริง ประกอบไปด้วย 7 ข้อ 1.ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้านำรถเข้าเช็กระยะต่อเนื่องตามกำหนดกับศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิทุกสาขา ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ สูงสุด 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

2.ขยายการรับประกันอะไหล่และงานบริการ ขยายการรับประกันงานซ่อมและอะไหล่แท้ทุกชิ้น นาน 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (โดยอย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) จากเดิมรับประกันเพียง 3 เดือน หรือ 5,000 กิโลเมตร 3.บริการพิเศษรถสำรองใช้ระหว่างซ่อม รถยนต์ในระยะรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ไร้ความกังวลเรื่องไม่มีรถใช้งานระหว่างซ่อม ด้วยบริการพิเศษ รถสำรองใช้ระหว่างซ่อม สำหรับรถยนต์ซูซูกิที่ต้องใช้เวลาตรวจเช็กมากกว่า 1 วัน (ไม่รวมระยะเวลาวิเคราะห์ปัญหา) และไม่รวมกรณีรถเกิดอุบัติเหตุ
4. HELLO SUZUKI APPLICATION ยกระดับงานบริการแบบ S-Solution HELLO SUZUKI คือ แอปพลิเคชัน เชื่อมต่อข้อมูลการทำงานกับลูกค้า อำนวยความสะดวกสบายและความมั่นใจในงานบริการทุกขั้นตอน นัดหมายนำรถเข้ารับบริการ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล รายงานการการตรวจสอบและดูแลรถทุกขั้นตอน รมอบสิทธิพิเศษมากมาย ด้วยการสะสมคะแนนจากค่าใช้จ่ายในการเข้าซ่อมบำรุงตามระยะอย่างต่อเนื่อง หรือซ่อมแซมที่ศูนย์บริการของซูซูกิทั่วประเทศ

5.ระบบการจัดการอะไหล่ มีเป้าหมายรองรับบริการได้ไม่น้อยกว่า 10 ปี การจัดการเตรียมระบบจัดการอะไหล่รถยนต์ทุกรุ่นที่จำหน่ายภายในประเทศ ช่วยให้ลูกค้าคลายความกังวลเรื่องการขาดแคลนอะไหล่ในการบำรุงรักษารถ เพราะซูซูกิมีคลังอะไหล่ 2 แห่ง ทั้งที่คลังอ่อนนุช กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่จัดเก็บขนาด 1,216 ตารางเมตร และคลังอะไหล่ จังหวัดระยอง มีพื้นที่จัดเก็บขนาด 4,076 ตารางเมตร รวมถึงคลังอะไหล่ของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ มีอะไหล่จัดเก็บรวมมากถึง 741,000 ชิ้น โดยมีเป้าหมายรองรับความต้องการของลูกค้าได้ไม่น้อยกว่า 10 ปี นับจากวันที่สิ้นสุดการผลิต บริการจัดส่งอะไหล่แบบเร่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพื้นที่อื่นๆ ภายใน 48 ชั่วโมง คุ้มค่าต่อการใช้งาน ด้วยอะไหล่ในราคาที่เข้าถึงง่าย

6. ศูนย์บริการครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ลูกค้ามั่นใจกับศูนย์บริการ 92 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และเตรียมเสริมความแข็งแกร่งเพื่อรองรับแผนงานในอนาคต ด้วยการแต่งตั้งผู้จำหน่ายรายใหม่เพิ่มอีก 6 แห่ง ประกอบด้วย จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดพัทลุง และ 7.ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังตามมาตรฐานของซูซูกิ

นายวัลลภ กล่าวว่า ปัจจุบันซูซูกิมีผู้จำหน่ายที่มีบริการศูนย์ซ่อมตัวถังและสีตามมาตรฐานของซูซูกิ ด้วยกันทั้งหมด 32 แห่ง ในอนาคตมีแผนขยายงานบริการศูนย์ซ่อมตัวถังและสีตามมาตรฐานของซูซูกิ เพิ่มอีก 9 แห่ง ทั้งในจังหวัดนนทบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย อยุธยา ลพบุรี และขอนแก่น ภายในปี 2567

“การเพิ่มเข้ามาของบริการ HELLO SUZUKI คือ ปัจจัยสำคัญช่วยให้เราพัฒนา ระบบจัดการฐานข้อมูลลูกค้า (Dealer Management System หรือ DMS) ให้ใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ เพื่อทราบถึงข้อมูลการเข้ารับบริการของลูกค้าได้แบบ Real Time ช่วยประเมินความต้องการของลูกค้า ไปจนถึงค่าใช้จ่ายการเข้ารับบริการได้แม่นยำ ร่วมมือกับผู้จำหน่ายทุกราย มุ่งเน้นการอบรมพนักงานในเชิงปฏิบัติอย่างมืออาชีพให้มีใจรักในการบริการลูกค้าเป็นอย่างดีอีกด้วย” นายวัลลภ กล่าว

นายวัลลภ กล่าวว่า แม้ซูซูกิจะต้องเผชิญการแข่งขันในตลาดค่อนข้างรุนแรง รวมถึงสภาวะการหดตัวลงของตลาดและความเข้มงวดของสถาบันการเงินต่างๆ แต่ที่ผ่านมาเรายังคงรักษาระดับยอดขายรถยนต์ไว้ได้น่าพอใจ จึงขอให้ลูกค้าซูซูกิเชื่อมั่นได้ว่า เราจะยังเดินหน้าพัฒนาคุณภาพในทุกด้านอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ จนสร้างยอดขายสะสมนับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้ถึง 310,885 คัน

“ซูซูกิยืนยันว่าเรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย ใส่ใจบริการหลังการขาย คือจุดแข็งของเรา เรายุติการประกอบรถยนต์เพราะเราขาดทุนสะสมมาตลอด แต่เรายังยืนยันว่าจะดูแลลูกค้าในประเทศไทยต่อไป” นายวัลลภ กล่าว