‘เผ่าภูมิ’ จุดพลังกุญแจ 3 ดอก ดันไทยฮับการเงินโลก

19.07.24 | 17:20 น.

‘เผ่าภูมิ’ จุดพลังกุญแจ 3 ดอก ดันไทยฮับการเงินโลก

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าววิสัยทัศน์ ในงาน Ignite Finance: Thailand’s Vision for a Global Financial Hub เปิดทางนำไทยสู่ศูนย์กลางการเงินโลก ว่า ขอเริ่มด้วยคำว่า โลกาภิวัตน์ (Globalization) คำๆนี้เป็นคำเฉยๆ ที่เราพูดกันไปกันมา แล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป ไม่มีใครทำอะไรกับมัน แต่หากมองลึกลงไปใน Globalization เราจะเกิดคำว่าโอกาส โดยโลกาภิวัตน์ (Globalization) เป็นการเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ และโยกย้ายของวัตถุ 4 ชนิด คือ การโยกย้าย คนแรงงาน การโยกย้ายเงิน การเคลื่อนย้ายของข้อมูลและความรู้ รวมไปถึงสินค้าและบริการ ซึ่งวัตถุทั้ง 4 อย่างนี้ มีการเคลื่อนที่อย่างอิสระ เคลื่อนไหวอย่างไร้ขอบกำจัดมากขึ้นเรื่อยๆ โจทย์คือเราต้องดึง 4 สิ่งนี้ให้เข้ามาในประเทศไทย ผู้ชนะในเกมนี้คือประเทศที่ 4 สิ่งนี้ วิ่งเข้าหา  และผู้ที่แพ้คือ 4 สิ่งนี้กระโดดข้ามหรือมองข้าม

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า จึงเป็นที่มาว่าทำไม รัฐบาลโดยการนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จึงประกาศวิสัยทัศน์ Ignite Thailand ขึ้น เพื่อจะสร้างให้ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรม การค้า และการลงทุน ในหลายๆด้าน เพื่อดึงดูด 4 สิ่ง คือแรงงาน เงิน ข้อมูลความรู้ และสินค้าและบริการเข้าสู่ประเทศไทยนี้ คือหัวใจสำคัญ ซึ่ง แรงงาน เงิน ข้อมูลความรู้ และสินค้าและบริการ จะวิ่งเข้าหาประเทศที่ผลตอบแทนสูงที่สุด ประเทศที่สะดวกสบายในการทำธุรกิจมากที่สุด และวิ่งเข้าประเทศที่น่าอยู่ที่สุด

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ซึ่งประเทศไทยเรามี ความเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด มีประเพณี วัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว และมีธรรมชาติ แต่สิ่งที่ยังขาดคือ การเป็นประเทศที่ผลตอบแทนสูงที่สุดและประเทศที่สะดวกสบายในการทำธุรกิจมากที่สุด จึงเป็นที่มาว่าทำไมจึงต้องมี วิสัยทัศน์ Ignite Thailand ก็สองสิ่งคือประเทศที่ผลตอบแทนสูงที่สุดและประเทศที่สะดวกสบายในการทำธุรกิจมากที่สุดให้ได้ เพื่อดึงดูดเม็ดเงิน ดึงดูดการค้า ดึงดูการลงทุน ซึ่งกระทรวงการคลังนั้นถือเป็นอีกหนึ่งกลไกของ วิสัยทัศน์ Ignite Thailand ของนายกรัฐมนตรี เรามีหน้าที่ในการขับเคลื่อนรวมกับภาคส่วนอื่นๆในรัฐบาล

“เราต้องการสร้างประเทศไทยให้เป็นแหล่งพักเงินของภูมิภาค และของโลก นี้คือคีย์เวิร์ดที่สำคัญ เราต้องการให้ ไทยเป็นฮอตสปอรตของการเงินระดับภูมิภาค และของโลก และวันนี้กระทรวงการคลังพร้อมแล้วที่จะประกาศวิสัยทัศน์ในการนำประเทศไทย ให้ไปสู่ศูนย์กลางการเงินโลก หรือ Thailand Financial Center อาจจะเรียกสั้นๆว่า TFC”นายเผ่าภูมิ กล่าว

Advertisement

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ดังนั้นกระทรวงการคลัง ขอนำเสนอ กุญแจสำคัญ 3 ดอกที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเงินโลกหรือ Thailand Financial Center คือ 1.ในเร็วๆนี้กระทรวงการคลัง จะเสนอกฎหมายธุรกิจการเงินชุดใหม่ ที่สร้าง หน่วยงาน One Stop Authority ด้านการทำธุรกิจขึ้น สำหรับ 5 ธุรกิจสำคัญ ได่แก่ ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจหลักทรัพย์ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และธุรกิจประกันภัย

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า โดยการยกร่างกฎหมายที่มีความยืดหยุ่น โปร่งใส และเอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ภายใต้โครงการ Ignite Thailand ภาครัฐจะผลักดัน ร่างกฎหมายที่จะสร้างกรอบการกำกับดูแลแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การขอใบอนุญาตจนถึงการกำกับ ดูแลมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเพื่อให้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็วและตอบโจทย์ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อขยายขอบเขตและบทบาทของภาคการเงินของประเทศไทยในเวทีโลกรวมถึงการดึงดูดการลงทุนด้วย

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า 2.สิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่ของ Ignite Finance จะสร้างให้ประเทศไทยเป็นตัวเลือกแรกที่สถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการทางการเงินเลือกที่จะมาตั้งสาขาและประกอบธุรกิจ ด้วยสิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่ ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งบริษัทและการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การให้วีซ่าทำงานแก่บุคลากรและวีซ่าที่เกี่ยวข้องของครอบครัว การจัดเก็บภาษีที่เทียบเท่ากับศูนย์กลางการเงินอื่น โครงการเพิ่มแรงจูงใจอื่นๆ เช่น เงินสนับสนุน

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า 3.ระบบนิเวศแห่งอนาคต การพัฒนากรอบกฎหมายที่เข้มแข็งและโปร่งใสที่จะเป็นพื้นฐาน ที่สำคัญในการทำธุรกิจทางการเงิน เหมือนที่ประเทศไทยได้ออกกฎหมายว่าด้วยการประกอบสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) รวมถึงให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยเพื่อสนับสนุนธุรกิจและคุณภาพชีวิตของบุคลากร

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะผลิกโฉมนโยบายระบบสถาบันการเงินด้วยการริเริ่มนโยบายระบบสถาบันการเงินภายในประเทศที่สำคัญ โดยกระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศกระทรวงการคลังเพื่อให้มีการประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) รวมทั้งการจัดตั้งสถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาติ (National Credit Guarantee Agency: NaCGA) ที่จะเป็นนวัตกรรมใหม่ในการค้ำประกันความเสี่ยงสินเชื่อ

“นโยบายข้างต้นมุ่งหวังที่จะส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมและเพิ่มการเข้าถึงทางการเงินของประชาชนและผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อให้ระบบการเงิน มีประสิทธิภาพ มั่นคง และตอบโจทย์ของประชาชน”