มิราเคิล กรุ๊ป รุกปั้นธุรกิจโรงแรมกลางเมือง-สนามบิน พร้อมให้บริการที่พักครบวงจร
นายอัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจโรงแรมในปัจจุบัน มีโรงแรมในเครือทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ 1.โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น 2.โรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 3.โรงแรม หลุยส์ แทเวิร์น และ 4.โรงแรม มิราเคิล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ซึ่งสามารถเป็นทั้งที่พักผ่อน และเป็นศูนย์การจัดประชุม สัมมนา รวมถึงงานแต่งงานด้วย โดยเฉพาะโรงแรมอัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น และโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ที่ก่อตั้งขึ้นมาอยู่ข้างกัน ซึ่งสามารถต่อต่อยอดการจัดประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถกระจายแขกที่จะเข้าใช้บริการไปมาระหว่างโรงแรมทั้ง 2 แห่งได้

นายอัศวิน กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมทั้งอัศวิน และมิราเคิล มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยประมาณ 70-90% ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาล แต่เนื่องจากโรงแรมทั้ง 2 แห่งมีฐานลูกค้าหลักๆ เป็นคนไทย ที่นิยมเข้ามาใช้บริการ โดยที่ได้รับความนิยมสูงมากเป็นการจัดประชุมสัมมนา เพราะต้องยอมรับเราออกแบบโรงแรมให้ตอบโจทย์ความต้องการในการจัดประชุมทุกด้าน อาทิ ขนาดห้อง การตกแต่ง ความสะดวกด้านห้องน้ำที่มีเพียงพอ ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้มีความหนาแน่น โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลสามารถใช้งบประมาณปี 2567 ได้แล้ว ก็คาดหวังว่าจะได้เห็นการกลับมาจัดประชุมสัมมนาของรัฐและรัฐวิสาหกิจเพิ่มมากขึ้น

นายอัศวิน กล่าวว่า นอกจากโรงแรมทั้ง 4 แห่งแล้ว ยังต่อยอดการทำโรงแรมแบบตู้นอน หรือสลีพ บ็อกซ์ ซึ่งเดิมได้ทำ สลีพ บ็อกซ์ บาย มิราเคิล แห่งแรกที่เป็นที่พักแบบตู้นอน เปิดให้บริการที่สนามบินดอนเมืองแล้ว บริเวณชั้น 4 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 มีห้องพัก 55 ห้อง รวมถึงได้พัฒนาเพื่อให้บริการลูกค้าในสนามบินสุวรรณภูมิด้วย โดยเปิดตัว ไพรม์ สลีพ แอนด์ คาเฟ่ บาย มิราเคิล บริเวณชั้น 6 ตึกอาคารจอดรถโซน 3 ติดกับพิพิธภัณฑ์ ตรงข้ามประตู 8 อาคารผู้โดยสารขาออก เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ใช้งบประมาณลงทุนไปกว่า 30 ล้านบาท มีห้องพัก 25 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัวอำนวยความสะดวกให้เข้าพักได้ทั้งแบบรายชั่วโมงและรายวัน หลังจากเปิดให้บริการมีคนรู้จักมากขึ้น เพราะสามารถเข้าพักในช่วงเวลาระหว่างรอเปลี่ยนเครื่องได้

นายอัศวิน กล่าวว่า เพื่อตอบโจทย์การให้บริการลูกค้าอย่างแท้จริง ได้เปิดให้บริการโรงแรมมิราเคิล ทรานซิท บนชั้น 4 Concourse A มีห้องพัก 33 ห้อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่รอต่อเครื่องสามารถเข้ามาใช้บริการได้ รวมถึงเปิดมิราเคิล เลานจ์ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณชั้น 4 อาคารเทียบเครื่องบินรอง SAT-1 บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ใช้เงินลงทุนกว่า 150 ล้านบาท ซึ่งในอาคารนี้ได้เพิ่มห้องพักของโรงแรมมิราเคิล ทรานซิท อีก 35 ห้อง แต่ยังไปไม่ได้ดีเท่าที่ควร เนื่องจากการออกแบบอาคาร SAT-1 วางแผนไว้รองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ที่บินระหว่างประเทศ จึงต้องมีห้องพักรองรับนักท่องเที่ยวที่รอต่อเครื่อง เมื่อเปิดอาคารนี้กลับกลายเป็นเอาสายการบินโลว์คอสต์มาลงแทน ลูกค้าต่อเครื่องจึงน้อยมาก ห้องพักที่สร้างมาก็ไม่ได้รองรับให้บริการลูกค้า แต่กลับถูกเจ้าของพื้นที่เรียกเก็บเงินค่าใช้พื้นที่มาตลอด แม้ไม่มีลูกค้าและไม่ได้เปิดให้บริการเลย เราจึงได้ทำหนังสือไปถึงการท่าอากาศยานไทย เพื่อขอให้พิจารณาหยุดการเรียกเก็บเงินไว้ก่อน

นายอัศวิน กล่าวว่า แนวโน้มตลาดคู่รักจัดงานแต่งงาน ในปัจจุบันแตกต่างไปจากเดิม สวนทางกับการจัดประชุมสัมมนาที่เพิ่มมากขึ้นตามงบประมาณ โดยช่วงเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นเดือนที่ได้รับความนิยมในการจัดงานแต่งงานมากที่สุด ซึ่งในอดีตจะมีคู่รักจัดงานแต่งในโรงแรมกว่า 60-70 คู่ แต่เดือนพฤศจิกายนนี้ เพิ่งเห็นการจองไว้เพียง 15-20 คู่ เท่านั้น ซึ่งส่วนนี้มองว่าอาจเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่นิยมครองตัวเป็นโสดมากขึ้น หรืออาจไม่ได้มีความต้องการในการแต่งงานเหมือนในอดีตแล้ว


