วิกฤต EA ซ้ำรอย STARK ทุบความเชื่อมั่นตลาดทุนไทยดิ่งเหว กมธ.การเงิน สภา ติงหน่วยงานเกี่ยวข้องล่าช้า ไม่ทันการณ์ ไม่ครอบคลุมความผิดทั่วถึง ทั้งผู้สอบบัญชี บริษัทจัดเครดิต เตือนอย่าให้สาวถึงว่าช่วยกันพ้นผิด หรือละเว้นผิดกฎหมายอาญา157
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เมื่อเร็วๆ นี้ ส.ส.จุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการท่องโลกลงทุน ทางช่อง 10 โทรทัศน์รัฐสภา ดำเนินรายการโดย นายนันทคม ประสาทพร โดยระบุว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 กรกฎาคม) ที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้ประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการทางกฎหมายและแนวทางการให้ความช่วยเหลือเหยื่อผู้เสียหายกรณี STARK และบริษัท ZIPMEX กรณีความเสียหายในธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งปรากฏว่าไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา แถมมีเรื่องใหม่ในกรณีบริษัท EA เพิ่มเข้ามาอีก
ส่วนสาเหตุที่ไม่คืบหน้า ส.ส.จุติกล่าวว่า เพราะกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้าทำให้เกิดความไม่ยุติธรรม ทั้งกรณี STARK ทั้ง ZIPMEX และ EA เป็นไปได้อย่างไร บางกรณีมีผู้ยื่นร้องเรียนตั้งแต่ปี 2559 เพิ่งจะมากล่าวโทษผู้ทำผิดตอนนี้ บางกรณีอย่าง ZIPMEX ผ่านมาเป็นปียังไม่มีใครติดคุก กรณีทำนองเดียวกันคือ FTX ในอเมริกา จับติดคุกนานแล้ว หรือในอินโดนีเซีย จัดการรวดเร็วจนนำเงินมาคืนผู้เสียหายเกินครึ่ง ส่วนในไทยจะได้ถึง 3% หรือเปล่า แล้วเพราะว่ารู้จักเกรงใจใครไหม จึงไม่มีใครโดนดำเนินคดี คณะกรรมาธิการอาจจำเป็นต้องสืบสวนติดตามเอง และหากต้องดำเนินตามกฎหมายต่อหน่วยงานใดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มีความผิดตามมาตรา 157 ก็อาจจำเป็น
ในกรณี STARK และ EA นั้น ส.ส.จุติมองว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินคดีกับผู้ตรวจสอบบัญชี และบริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้ง ทำให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อไปลงทุนหุ้นกู้ และหุ้นสามัญด้วย ฐานร่วมกันกับผู้กระทำความผิดให้เกิดความเสียหาย
“ตอนนี้นักลงทุนต่างประเทศมองว่าประเทศไทยเป็น No man’s land ดินแดนที่ทุนต่างประเทศไม่กล้ามาลงทุน เพราะหละหลวมเรื่องธรรมาภิบาล เอาเงินมาลงทุนแล้วจะสูญหายเพราะถูกโกง จึงต้องเร่งสะสางโดยเร็ว” ส.ส.จุติกล่าว
ขณะที่ ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุนต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า ราคาหุ้น EA ร่วงฟลอร์ 2 วันแล้วหยุดไหล มีแรงซื้อสลับเข้ามาบ้าง แต่เกิดความเสียหายหนัก จากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดกว่า 4 แสนล้านบาท ล่าสุดเหลือเพียง 1.8 หมื่นล้านบาท มีนักลงทุนรายย่อยเสียหายกว่า 5 หมื่นคน
ต่อจากนี้มี 3 ทางเลือกอนาคตของ EA คือ
-Best case scenario คือไม่ต้องทำอะไร บริษัทก็รอด ราคาหุ้นฟื้น (ซึ่งคงยากเพราะเครดิตเรตติ้งโดนหั่น)
-Base case scenario ต้องตัดอวัยวะรักษาชีวิต เช่น ขายหุ้นบริษัทย่อย NEX BYD TSB หรือขายหุ้น EA ให้พันธมิตรใหม่ ราคาหุ้นหยุดไหล อาจฟื้นตัว turn around หากมีความก้าวหน้าทางบวก (ซึ่งพอมีโอกาส เนื่องจากกิจการโรงไฟฟ้ายังสร้างกระแสเงินสด และทยอยชำระหนี้ได้)
-Worst case scenarios ทำข้อด้านบนไม่สำเร็จ เจ้าหนี้รุมทึ้ง พันธมิตรใหม่ไม่มา เพิ่มทุนก็ไม่สำเร็จ เข้าแผนฟื้นฟูกิจการ บังคับชำระหนี้ ราคาหุ้นรูดต่อ และเสี่ยงจะเสื่อมมูลค่าลงจนแทบไม่เหลือค่า (หากทำข้อด้านบนล้มเหลว)
“ตามข้อมูลที่เปิดเผย และที่ผมตรวจสอบอยู่ ในเวลานี้ยังมีโอกาสที่จะออกมาในทาง Base case อยู่นะครับ อย่างไรก็ดี ตราบเท่าที่ยังขาดความชัดเจน ยังแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุน หรือเก็งกำไร ทำได้แค่ bet สำหรับคนที่ยอมรับความเสี่ยงไหว และจัดการความเสี่ยงได้ไว” ดร.ณัฐวุฒิกล่าว

