การแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำ นับว่าเป็นอีกหนึ่งมหันตภัยร้ายที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวประมงและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศไทยอย่างมาก
เพราะส่งผลให้เกษตรกรหลายรายขาดทุนยับ บางคนถึงกับต้องเปลี่ยนอาชีพเพราะรับมือไม่ไหว
ความเสียหายเกิดขึ้นต่อเนื่อง ร้อนไปถึง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมง ต้องรีบหาวิธีหยุดการแพร่ระบาดของปลาชนิดนี้ พร้อมกำหนดเป็น วาระเร่งด่วน ก่อนลุกลามจนสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้
สิ่งที่สังคมและแวดวงการเมืองในความสนใจมากที่สุด คือ ต้นตอ ของการแพร่ระบาดที่ยังคงเป็นปริศนาว่า เกิดจากอะไร ใครอยู่เบื้องหลังของการนำเข้าปลาชนิดนี้
อ้างอิงจากข้อมูลของทาง กรมประมง พบว่า ปลาหมอคางดำมีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา มีคุณสมบัติสามารถระบาดในแหล่งน้ำหลายสายไม่ว่าจะน้ำจืด กร่อย หรือเค็ม และมีความสามารถในการขยายพันธุ์ได้เร็วปีละกว่า 6 ล้านตัว!
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ พร้อมออก 5 มาตรการสำคัญ ที่พร้อมสู้กับเหล่าปลาหมอคางดำ
รวมถึงสั่งให้กรมประมงตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของปลาชนิดนี้ ซึ่งทางกรมประมงรับปากหากพบหลักฐานใดๆ เพิ่มเติมจะเร่งดำเนินการหาสาเหตุต้นตอข้อเท็จจริงต่อไป
หลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์พุ่งเป้าไปยัง บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ได้มีการนำเข้าพันธุ์ปลาชนิดนี้เมื่อปี 2553 เพื่อวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ และเมื่อยกเลิกการวิจัยเมื่อปี 2554 ยืนยันทำลายตัวอย่างทั้งหมดโดยการฝั่งกลบ
แต่กรมประมงเองยืนยันอีกทางว่า ไม่ได้มีตัวซากปลาเก็บไว้แบบที่กล่าวอ้าง ถ้าหากทางเอกชนจะส่งเอกสารหรือหลักฐานมาเพิ่มก็ยินดีที่จะดำเนินการรับและนำมาตรวจสอบต่อไป
จากกระแสโต้กลับไปมาของทุกฝ่าย สุดท้ายก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าต้นตอของการระบาดปลาปีศาจครั้งนี้มาจากใครกันแน่
เป็นโจทย์ที่ทุกหน่วยงานควรเร่งหาข้อเท็จจริง ต่อจิ๊กซอว์สรุปเรื่องนี้โดยเร็ว
เพราะหากเลือกปิดหูปิดตาประชาชน จะมีแต่เสียกับเสีย!!
บีม คณะโจทย์

