หน้าแรก เศรษฐกิจ ธรรมนัส ปรี๊ด...

ธรรมนัส ปรี๊ดสั่งตั้งกก.สอบ ‘ชลประทานตราด’ ปล่อยน้ำท่วม พบบกพร่องจริงเด้งทันที

23.07.24 | 16:20 น.

ธรรมนัสสั่งรองอธิบดีกรมชลประทาน สอบขรก.ชลประทานตราด เอาผิดบกพร่องต่อหน้าที่และเตรียมให้อธิบดีกรมชลประทานย้ายด่วน บอกชาวตราดจะช่วยเยียวยาความเสียหายและฟ้องร้องได้


เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่มัสยิดเราฎอตุ้ลญีนาน หมู่ 3 ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามสถานการณ์อุทภภัยในพื้นที่ จ.ตราด พร้อม นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน และคณะ

โดย นายพีระ เอี่ยมสุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดตราดว่า จ.ตราด มีพื้นที่ประสบภัย (ระหว่างวันที่ 19-21 ก.ค.2567) รวม 2 อำเภอ 6 ตำบล 6 ชุมชน 47 หมู่บ้าน ประกอบด้วย พื้นที่อำเภอเขาสมิง ตำบลทุ่งนทรี หมู่ 1, 2, 3, 5, 7, 8, 9 ตำบลเขาสมิง หมู่ 1-9 ตำบลประณีต หมู่ 6, 8 และตำบลแสนตุ้ง หมู่ 1-10 ในอำเภอเมืองตราด กิจสวัสดิ์ ชุมชนโภคไพร ชุมชนวัดโบสถ์ ชุมชนรักคลองบางพระ ชุมชนทำเรือจ้าง ที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองตราด มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ชุมชนบ้านล่าง ชุมชนตำบลหนองเสม็ด หมู่ 1-7 และตำบลวังกระแจะ หมู่ 1-12 โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 2 อำเภอ 6 ตำบล 6 ชุมชน 47 หมู่บ้าน 938 ครัวเรือน 2,840 คน

Advertisement

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้กล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมว่า รัฐบาลพร้อมให้การช่วยเหลือผ่านกระทรวงมหาดไทยที่มีงบประมาณในการเยียวยาในเรื่องของความเสียหายต่างๆ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดตราดได้ประกาศพื้นที่เขตภัยพิบัติแล้ว จึงสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ และขอให้รองผู้ว่าฯตราดดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแล

และหลังจากนั้นได้มอบถุงยังชีพให้กับชาวมัสยิดเราฎอตุ้ลญีนาน แล้วเดินทางมาที่บริเวณหน้าโครงการชลประทานตราด ในเวลา 14.45 น. เพื่อรับฟังบรรยายสรุปของ นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทานถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดตราดที่มี 3 จุดคือ จุดแรกที่ ต.แสนตุ้ง ซึ่งท่วมฟาร์มสุกรขนาดใหญ่ จุดที่ 2 บ้านหนองบัว ต.วังกระแจะ น้ำท่วมถนนสุขุวิท ทำให้รถยนต์สัญจรไป-มาไม่ได้ แต่ในช่วงเย็นระดับน้ำลดลง และจุดที่ 3 คือ บริเวณอ่างเก็บน้ำเขาระกำตอนล่าง ที่เป็นพื้นที่เก็บน้ำ และมีฝนตกลงมามากจนความจุอ่างที่มี 2.5 ล้าน ลบ.ม.เต็ม ทำให้ต้องระบายน้ำออกเต็มที่ เพื่อรักษาอ่างเก็บน้ำไว้ และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ประชาชนใน 3 ตำบลดังกล่าว

ซึ่งหลังจากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ขึ้นกล่าวและขอให้ชาวบ้านได้สอบถาม ซึ่งมีคำถามเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจาก 50 ปียังไม่เคยปรากฏว่าเกิดน้ำท่วม ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ให้ นายธำรงศักดิ์ นคราวงศ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตราดมาชี้แจง แต่ยังไม่ทันจะชี้แจงทั้งหมด ร.อ.ธรรมนัสได้พูดสวนขึ้นว่า ได้ให้ทางอธิบดีกรมชลประทานเตรียมย้ายเจ้าหน้าที่ที่บกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ ซึ่งมีหลายคน วันนี้ รองเดช (รองอธิบดี) อย่าเพิ่งกลับขอให้ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยให้แล้วเสร็จก่อนแล้วรายงานมาที่ตนเอง ซึ่งใครที่ทำงานบกพร่องจะต้องรับผิดชอบ เพราะเรื่องนี้ตนเองยอมไม่ได้ เพราะเป็นข้าราชการ ซึ่งแม้จะเป็นวันหยุดก็ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งตนเองยังต้องทำงานทุกวันเลย

หลังจากนั้น ที่อ่างเก็บน้ำสระสีเสียด ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า สถานที่นี้เป็นจุดที่มีการปล่อยน้ำที่มีส่วนสำคัญจะต้องมีขั้นตอน. มีแผนระยะยาว เราต้องฟังกรมอุตุนิยมวิทยาตามตลอดเวลาจะมีฝนตกปริมาณขนาดไหน และต้องมาวางแผนว่าแต่ละวันจะปล่อยน้ำยังไง และระบายน้ำอย่างไรเป็นเรื่องสำคัญ

ถือว่าเป็นเรื่องที่กรมชลประทานถอดบทเรียนว่าจะต้องทำอย่างไร การระบายน้ำเพื่อรองรับการป้องกันน้ำท่วมและเกิดความเสียหายต่อพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ จะต้องมีแผนไม่ใช่ว่ามีวันหยุดราชการหลายวันจะหายกันหมดไม่ได้ ต้องมีคนที่รับผิดชอบตนเองจึงต้องเดินทางมาด้วยตัวเองเพราะเป็นเรื่องเสียหายและตนเองจะไม่ปล่อยให้เกิด จะไม่เอาผิดใครเลยไม่ได้จึงตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อเอาผิด

“ความบกพร่องที่เกิดขึ้นนั้นคงไม่มีเจตนา เพียงแต่ว่าการทำงานอาจจะบกพร่องจากการคาดการณ์อะไรก็แล้วแต่ จะต้องมีคนรับผิดชอบในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องฝนตกปริมาณมากนั้นกรมชลประทานในฐานะที่เป็นผู้บริหารจัดการน้ำ. จะต้องมีการติดตามสถานการณ์น้ำตลอดเวลา เราจะมีวอร์รูมตรวจสอบน้ำทั้ง 77 จังหวัด

เรามีศูนย์บริหารจัดการน้ำในทุกจังหวัด ฉะนั้นจังหวัดไหนที่ทำงานแล้วไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ ผมจำเป็นจะต้องเอาจริงเอาจัง เพราะฉะนั้นวันนี้ผมต้องเดินทางมาเอง แม้ผมจะมีภารกิจในช่วงเย็น เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาโดยเร็ว“ร.อ.ธรรมนัส กล่าวและว่า การทำงานเรื่องน้ำจะต้อลทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การทำงานไม่เกิดความเสียหาย และเรื่องนี้จะไม่ใช้การโยกย้ายอย่างเดียวแต่จะเอาผิดทางวินัยด้วย ซึ่งมั่นใจว่า จะสามารถแก้ปัญหาได้ ทั้งนี้ น้ำในภาคตะวันออกจะมีปริมาณน้ำมาก ซึ่งจ.จันทบุรีและตราดมีฝนตกหนัก

ส่วนเรื่องการออกคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วทำไม่ได้นั้น จริงๆผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถสั่งงานได้ แต่หากข้าราชการดื้อก็จะไปว่ากล่าวกัน ส่วนความเสียหายที่เกอดกับทรัพย์ของประชาชนนั้นทางราชการจะเยียวยาให้ตามระเบียบของทางราชการ และหากประชาชนผู้ได้รับความเสียหายจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายก็สามารถทำได้เช่นกัน”