หน้าแรก เศรษฐกิจ ออริจิ้น ปิดด...

ออริจิ้น ปิดดีลขายบิ๊กล็อตคอนโดให้ ‘เดลต้า’ 415 ยูนิต กว่า 1,000 ล้าน ตุนสภาพคล่อง

24.07.24 | 21:13 น.

ออริจิ้น ปิดดีลขายบิ๊กล็อตคอนโดให้ ‘เดลต้า’ 415 ยูนิต กว่า 1,000 ล้าน ตุนสภาพคล่อง


เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทสามารถปิดดีลขายคอนโดมิเนียมโซนบีทีเอสสายสีเขียวฝั่งสมุทรปราการ แบบบิ๊กล็อต จำนวน 2 โครงการ 415 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 1,023 ล้านบาท ให้แก่บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ผู้นำโซลูชันการจัดการพลังงานและความร้อนและผู้นำธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วยโครงการไนท์บริดจ์ สุขุมวิท-เทพารักษ์ คอนโดพร้อมอยู่ 137 ยูนิต มูลค่า 368 ล้านบาท และออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ สายลวด สเตชั่น คอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ 278 ยูนิต มูลค่า 655 ล้านบาท

“นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการเดินหน้าธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่การขายคอนโดให้แก่ผู้อยู่อาศัยเอง แต่มองตลาดให้กว้างขึ้น ด้วยการขายคอนโดให้แก่บริษัทที่มีความมั่นคง มีฐานการผลิตในไทย ต้องการที่อยู่อาศัยให้พนักงานจำนวนมาก ดีลนี้เป็นโมเดลที่ช่วยสร้างทั้งยอดขายและยอดโอนให้แก่บริษัทอย่างรวดเร็ว ส่งผลดีต่อการบริหารสภาพคล่อง ช่วยให้รอบของการใช้เงินทุนสั้นลง” นายพีระพงศ์กล่าว

Advertisement

นายพีระพงศ์กล่าวว่า โดยรายการขายบิ๊กล็อตให้กับกลุ่มเดลต้าในครั้งนี้ บริษัทได้รับเงินมาแล้วกว่า 80% แบ่งเป็น ยอดโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการพร้อมอยู่ไนท์บริดจ์ สุขุมวิท-เทพารักษ์ และเงินรับล่วงหน้าโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ สายลวด สเตชั่น ก่อนที่โครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 1/2568 เพื่อเป็นสวัสดิการให้กลุ่ม Expat ของ DELTA ที่เข้ามาประจำการทำงานระยะสั้น-กลางในไทยและขายแบบบิ๊กล็อตนั้น ถือเป็นโมเดลที่ช่วยสร้างทั้งยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่บริษัทได้อย่างรวดเร็ว เช่น กรณีโครงการออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ สายลวด สเตชั่น ยอดขายแบบบิ๊กล็อตคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 25% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด และยังช่วยให้บริษัทได้รับยอดโอนกรรมสิทธิ์เข้ามารวดเร็วกว่าการขายในรูปแบบปกติ

นายพีระพงศ์กล่าวว่า ที่ผ่านมานอกเหนือจากการพัฒนาสินค้าให้มีฟังก์ชันใหม่ๆ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของผู้บริโภค อาทิ ห้องเพดานสูง 4.2 เมตร ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ยังพัฒนานวัตกรรมทางการตลาดใหม่ๆ ควบคู่ผ่านโมเดลการขายสินค้ากับทั้งกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง กลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวภายใต้ Origin Investment Property Program ตลอดจนกลุ่มลูกค้าต่างชาติ การเปิดตลาดกลุ่มลูกค้าแบบ B2B ที่ซื้อสินค้าแบบบิ๊กล็อต จะเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่บริษัทเดินหน้าเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าบริษัทที่ต้องการที่พักที่มีฟังก์ชันการอยู่อาศัยครบวงจร

“เรายังมีโครงการคอนโดมิเนียมที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าแบบ B2B ได้อีกหลายแห่ง ทั้งในแถบ BTS สายสีเขียวฝั่งสมุทรปราการ ซึ่งใกล้แหล่งภาคการผลิตและโลจิสติกส์ แถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ใกล้นิคมอุตสาหกรรม พร้อมตอบโจทย์หลากหลายกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรม” นายพีระพงศ์ กล่าว