หน้าแรก เศรษฐกิจ พิชัย แจงแจก ...

พิชัย แจงแจก 1 หมื่นดิจิทัลวอลเล็ต ดีเดย์ลงทะเบียน 1 ส.ค.-15 ก.ย. ไร้สมาร์ทโฟน 16 ก.ย.-15 ต.ค.

25.07.24 | 06:00 น.

พิชัย แจงแจก 1 หมื่นดิจิทัลวอลเล็ต มั่นใจ 4 พายุหมุนศก. ดีเดย์ลงทะเบียน 1 ส.ค.-15 ก.ย. ไร้สมาร์ทโฟนยืนยันตัวตน 16 ก.ย.- 15 ต.ค.

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในการแถลงข่าว ดิจิทัลวอลเล็ต โครงการเพื่อประชาชน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1 ว่า การออกโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแก้วิกฤต ดังนั้น โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ถือเป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ใช่เพียงการเติมเงินครั้งเดียวจบ และเมื่อเริ่มดำเนินโครงการแล้ว จะก่อให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจจำนวน 4 ลูก ได้แก่ รอบที่ 1 การใช้จ่ายระหว่างประชาชนกับร้านค้าขนาดเล็ก รอบที่ 2 การใช้จ่ายระหว่างร้านค้าขนาดเล็กกับร้านค้าขนาดใหญ่ รอบที่ 3 การใช้จ่ายระหว่างร้านค้าขนาดใหญ่กับร้านค้าขนาดใหญ่ และรอบที่ 4 เงินที่ไปสู่การฟื้นฟูภาคการผลิตของประเทศ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับกำหนดการลงทะเบียนประชาชนทั่วไปเพื่อเข้าร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม-15 กันยายน 2567 เข้าลงทะเบียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอพพลิเคชั่น “ทางรัฐ” บนสมาร์ทโฟน ซึ่งรัฐบาลได้ประมาณการไว้ 45-50 ล้านคน โดยไม่จำกัดจำนวนประชาชนที่จะเข้าร่วมใช้สิทธิในโครงการ ดังนั้น ประชาชนทุกคนที่มาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ และมีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยคุณสมบัติของผู้มีสิทธิมีดังนี้ 1.มีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน 2.สัญชาติไทย 3.มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน วันที่ 15 กันยายน 2567 4.ไม่เป็นผู้มีรายได้เกิน 8.4 แสนบาทสำหรับปีภาษี 2566

นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า 5.ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันเกิน 5 แสนบาท โดยตรวจสอบข้อมูลเงินฝาก 6 ประเภท ได้แก่ เงินฝากกระแสรายวัน เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ บัตรเงินฝาก ใบรับเงินฝาก และผลิตภัณฑ์เงินฝากในชื่อเรียกอื่นใดที่คล้ายกัน ทั้งนี้ เงินฝากดังกล่าวให้หมายความถึงเฉพาะเงินฝากที่อยู่ในรูปสกุลเงินบาทเท่านั้น และไม่รวมถึงเงินฝากในบัญชีร่วม และเป็นเงินฝาก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 6.ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำ 7.ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิ หรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่นๆ ของรัฐและ 8.ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่นๆ ของรัฐ

“ส่วนการลงทะเบียนของประชาชนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการ โดยให้ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านช่องทางที่กำหนด ระหว่างวันที่ 16 กันยายน-15 ตุลาคม 2567 ซึ่งต้องตรวจสอบคุณสมบัติ สถานะบุคคล และที่อยู่ตามทะเบียนบ้านเช่นเดียวกับกลุ่มผู้มีสมาร์ทโฟน ส่วนการใช้จ่ายนั้น ใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชน แต่การใช้สิทธิซื้อสินค้าจากร้านค้าจะทำได้ในวงแคบกว่าการใช้สิทธิของประชาชนกลุ่มที่มีสมาร์ทโฟน ดังนั้น การลงทะเบียนผ่านสมาร์ทโฟนจะใช้งานได้สะดวกกว่า จึงแนะนำให้พยายามลงทะเบียนผ่านทางสมาร์ทโฟนก่อนเป็นอันดับแรก” นายจุลพันธ์กล่าว

Advertisement

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ขณะที่การลงทะเบียนร้านค้า เบื้องต้นกำหนดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม จะมีการแถลงข่าวเพิ่มเติมเพื่อแจ้งเกี่ยวกับคุณสมบัติของร้านค้า ช่องทาง และวิธีการสมัครเข้าร่วมโครงการ และเงื่อนไขอื่นๆ ให้ทราบต่อไป คาดว่าจะมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ตไม่ต่ำกว่า 2 ล้านร้านค้า

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ส่วนขั้นตอนการลงทะเบียน และยืนยันตัวตนผ่านแอพพลิเคชั่น ทางรัฐ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้ รูปแบบที่ 1 การยืนยันตัวตน และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านแอพพลิเคชัน ทางรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม-15 กันยายน โดยระบบตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรใช้เวลา 1-2 วัน หากข้อมูลถูกต้อง ระบบจะส่งข้อมูลให้สร้างชื่อการใช้ รหัสผ่าน และพินโค้ดถือว่าลงทะเบียนเรียบร้อย และรูปแบบที่ 2 หากยืนยันตัวตนผ่านแอพพลิเคชัน ทางรัฐ มาก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2567 แล้ว ลงทะเบียนรับสิทธิได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป เพียงแค่เปิดแอพพ์ กดปุ่มรับสิทธิ กดอนุญาตให้เช็กข้อมูลบุคคล และกดยอมรับเงื่อนไขโครงการ ก็เสร็จเรียบร้อย

“เมื่อลงทะเบียนแล้ว ระบบจะนำข้อมูลทุกคนไปประมวลผล ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์กับกรมการปกครอง ตรวจเงินฝากกับสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และตรวจรายได้กับกรมสรรพากร โดยจะประกาศผลการลงทะเบียนใครได้หรือไม่ได้ ในวันที่ 22 กันยายน ถ้าถูกปฏิเสธระบบจะแจ้งว่าไม่ได้เพราะอะไร พร้อมแนะนำกระบวนการยื่นอุทธรณ์สิทธิ” นายเผ่าภูมิกล่าว