หน้าแรก เศรษฐกิจ ส่งออกมิ.ย.ลบ...

ส่งออกมิ.ย.ลบ 0.3% แต่ครึ่งปีบวก 2% พาณิชย์ มั่นใจครึ่งปีหลังไม่ต่ำ 2.3 หมื่นล.ดอลล์/เดือน

26.07.24 | 11:57 น.

หมดหน้าผลไม้ ส่งออกมิ.ย. แผ่วลบ 0.3% แต่ครึ่งปีบวก 2% พาณิชย์มั่นใจครึ่งปีหลังไม่ต่ำ 2.3 หมื่นล้านดอลล์/เดือน ดันเป้าปี67 บวก1-2%

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยเดือนมิถุนายน 2567 มีมูลค่า 24,796.6 ล้านเหรียญสหรัฐ (892,766 ล้านบาท ) หดตัวร้อยละ 0.3 กลับมาหดตัวเล็กน้อย หลัง2เดือนก่อนหน้าส่งออกบวกเกิน6%

สาเหตุหลักจากสินค้าผลไม้เข้าสู่ช่วงท้ายของฤดูกาล ขณะที่บรรยากาศการค้าโลกเริ่มมีความวิตกกังวลต่อแนวโน้มการใช้มาตรการกีดกันทางการค้า ทั้งยังมีความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งในหลายประเทศ ประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี อาทิ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ยังส่งผลให้ความต้องการของเครื่องยนต์สันดาปฯ หดตัวลงอย่างชัดเจน ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 24,578.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 0.3 และยังเกินดุล 218 ล้านเหรียญสหรัฐ

ภาพรวมครึ่งแรกปี 2567 การส่งออก มีมูลค่า 145,290.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 2.0 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 150,532.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 3.0 และ ขาดดุล 5,242.7 ล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนมิถุนายน 2567 การส่งออก มีมูลค่า 892,766 ล้านบาท คิดเป็นเงินบาทครึ่งแรกของปี 2567 การส่งออก มีมูลค่า 5,191,014 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 7.4 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 5,437,480 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 8.3 ดุลการค้าครึ่งแรกของปี 2567 และขาดดุล 246,466 ล้านบาท

Advertisement

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า ทิศทางครึ่งปีหลัง แนวโน้มส่งออกน่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งหากครึ่งปีหลังส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 23,773 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งปีจะขยายตัวบวก 1% แต่เพิ่มเป็นเฉลี่ย้ดือนละ 24,248 ล้านเหรียญสหรัฐ จะขยายตัวบวก 2% ซึ่งปัจจัยหนุนจากภาคเกษตร และการฟื้นตัวของกำลังซื้อประเทศคู่ค้า และการค้าโลก ที่ไอเอ็มเอฟ ขยับเป้าบวก 3.2%

อย่างไรก็ตาม ประเด็นต้องติดตาม คือความเสี่ยงจากสถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดลดลง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ สงครามกลางเมืองในหลายประเทศ ปัญหาค่าระวางเรือที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจของคู่ค้าบางประเทศฟื้นตัวได้ค่อนข้างล่าช้า รวมถึงการเลือกตั้งในหลายประเทศสร้างความไม่แน่นอนทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอท่าทีนโยบายของรัฐบาลใหม่

“ปีนี้ส่งออกอาจไม่หวือหวา แต่ไม่แย่ลง กลับกันจะเป็นปีที่ส่งออกในรูปเงินบาทสูงสุดเกิน 10.5 ล้านล้านบาท ทั้งจากความร่วมมือส่งออกรัฐและเอกชน และค่าเงินบาทอ่อนเหมาะสม รวมถึงไม่มีปัจจัยลบภายนอกรุนแรงเพิ่มอีก ส่งออกมีโอกาสบวก 2% แน่นอน”