หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังแย้มเริ่ม...

คลังแย้มเริ่มแจกดิจิทัล 1 หมื่น ธ.ค.นี้ ปรับเป้าจีดีพี’67 โต 2.7%

27.07.24 | 06:20 น.

คลังแย้มเริ่มแจกดิจิทัล 1 หมื่น ธ.ค.นี้ ปรับเป้าจีดีพี’67 โต 2.7%


เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่กระทรวงการคลัง นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ปรับเพิ่มประมาณการณ์เศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2567 ขยายตัว 2.7% เพิ่มจากก่อนหน้าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.4% โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 2.2-3.2% ได้ปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวที่ปรับเป้าเพิ่มขึ้นจาก 35.7 ล้านคน เป็น 36 ล้านคน เป็นผลจากมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่าฟรี) เพิ่มเป็น 93 ประเทศ ให้พำนักนานขึ้น 60 วัน ทำให้นักท่องเที่ยวอยู่นานกว่าเดิม ซึ่งช่วยดันรายได้ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจาก 1.23 ล้านล้านบาท เป็น 1.69 ล้านล้านบาท

“นอกจากนี้ ยังเห็นสัญญาณดีของภาคส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 2.7% จากเดิม 2.3% การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวจาก 3.6% เป็น 4.5% หลังรายได้ภาคเกษตรเพิ่มขึ้นจากที่รัฐอัดฉีดมาตรการคลัง และสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง เช่น มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) 1 แสนล้านบาท ใส่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยตัวเลขที่ออกมายังไม่รวมโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท หากมีจะส่งผลให้จีดีพีขยายตัว 1.2-1.8% หนุนให้จีดีพีปีนี้โตถึง 3% ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของเงิน เงื่อนไขโครงการ และจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการด้วย” นายเผ่าภูมิ กล่าว

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คาดเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัวที่ 2.7% เพิ่มจากปี 2566 ที่ขยายตัว 1.9% ได้แรงสนับสนุนจากภาคบริการ และการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยช่วงไตรมาสที่ 2 เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณดีขึ้น สะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่มขยายตัวต่อเนื่อง 2 ไตรมาส และนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น 26.3% คาดปี 2567 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินทางเข้าไทย 36 ล้านคน เป็นผลมาจากมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา หรือวีซ่าฟรีเพิ่มเป็น 93 ประเทศ ด้านการส่งออก การบริโภค และการลงทุนภาคเอกชนก็ขยายตัว

Advertisement

“ผลประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจครั้งนี้ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจาก 3 ส่วนที่ดีกว่าคาดการณ์ ทั้งการส่งออกสินค้ามีสัญญาณขยายตัว จำนวน และรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศสูงกว่าที่คาด และการเบิกจ่ายภาครัฐที่ดีกว่าที่คาดการณ์ จากการเตรียมความพร้อมเร่งเบิกจ่ายของภาครัฐ และมีทิศทางเร่งขึ้นต่อเนื่องในช่วงท้ายของปีงบประมาณ 2567 ยังไม่รวมโครงการเงินดิจิทัลที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัว 1.2-1.8% ตลอดทั้งโครงการ” นายพรชัย กล่าว

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งจัดทำระบบการใช้จ่ายเงินในโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ให้เสร็จโดยเร็ว คาดว่าจะแล้วเสร็จ และใช้งานได้ในเดือนธันวาคม 2567 ที่รัฐบาลไม่สามารถกำหนดวันเวลาที่จะใช้จ่ายได้ เพราะต้องดูความพร้อมของระบบก่อน ถ้าพิจารณาตามกรอบการทำงานแล้ว น่าจะราวเดือนธันวาคมนี้

“วันที่ 10-15 กันยายน จะแถลงข่าวเกี่ยวกับการลงทะเบียนของประชาชนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน และผู้ป่วยติดเตียงอีกครั้ง เพื่อให้เข้าใจวิธีการลงทะเบียน และวิธีการใช้จ่าย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ที่ต้องเปิดช่องทางพิเศษเป็นการเฉพาะ เนื่องจากไม่สามารถบังคับให้ยืนยันตัวตนแบบพบหน้าได้ แต่ร้านค้าจะต้องถ่ายภาพบัตรประชาชนผู้มาใช้สิทธิไว้เป็นหลักฐาน โดยกลุ่มนี้จะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน-15 ตุลาคม 2567 หลังลงทะเบียนครบถ้วนแล้ว จะแถลงวิธีขั้นตอนการใช้จ่ายทั้งหมด” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ส่วนลงทะเบียนร้านค้าจะเปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคมนี้ คาดว่าจะมีร้านค้ามาลงทะเบียนราว 3 ล้านราย จากเดิมที่มีการลงทะเบียน 2 ล้านราย หากร้านค้าที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการรัฐกับกระทรวงพาณิชย์แล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงกดปุ่มอัพเดตข้อมูลใหม่ หากมีข้อมูลใดที่ยังไม่มีสามารถกรอกข้อมูลเพิ่มได้ และกดปุ่มเข้าร่วมโครงการเท่านั้น ส่วนพระสงฆ์ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิดิจิทัลวอลเล็ตได้ เพราะไม่ได้มีข้อห้าม

นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย กล่าวว่า สมาชิก และเครือข่ายของสมาคมทั่วประเทศ สนใจเข้าร่วมลงทะเบียน เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์การค้าขายไม่ค่อยดี เพราะกำลังซื้อไม่มี จึงคาดหวังกับโครงการเงินดิจิทัลของรัฐ แม้ยังไม่ค่อยมั่นใจเรื่องระบบ และการใช้จ่ายว่าเป็นเงินรูปแบบไหนก็ตาม ทั้งนี้ คาดว่าโครงการจะหมุนเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เพียงครึ่งรอบเท่านั้น

ที่กระทรวงพาณิชย์ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า การส่งออกของไทยในเดือนมิถุนายน 2567 มีมูลค่า 24,796.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 0.3% หลัง 2 เดือนก่อนหน้าบวกเกิน 6% ต่อเดือน สาเหตุจากสินค้าผลไม้เข้าสู่ช่วงท้ายของฤดูกาล มีผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ขณะที่บรรยากาศการค้าโลกเริ่มวิตกกังวลต่อแนวโน้มการใช้มาตรการกีดกันทางการค้า ทั้งยังมีความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งในหลายประเทศ รวมถึง การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี

“ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 24,578.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 0.3% และเกินดุล 218.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ครึ่งแรกปี 2567 การส่งออก มีมูลค่า 145,290 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2% เมื่อหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 3.1% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 150,532.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3% และขาดดุลการค้า 5,242.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หากคิดเป็นมูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนมิถุนายน 2567 การส่งออก มีมูลค่า 892,766 ล้านบาท ขยายตัว 5% การนำเข้า มีมูลค่า 895,256 ล้านบาท ขยายตัว 5.6% ภาพรวมครึ่งแรกของปี 2567 การส่งออกรวม 5,191,014 ล้านบาท ขยายตัว 7.4% การนำเข้า มีมูลค่า 5,437,480 ล้านบาท ขยายตัว 8.3% และขาดดุลการค้า 246,466 ล้านบาท” นายพูนพงษ์ กล่าว