กรุงศรี ชี้สัญญาณท่องเที่ยวฟื้น คาดปี 68 แตะ 40 ล้านคน กาง 6 เทรนด์ใหม่เพิ่มโอกาสปั้นรายได้
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในปี 2568 ประเมินนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง มีโอกาสเพิ่มขึ้นแตะ 40 ล้านคน เท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ปี 2562 สนับสนุนให้รายได้ภาคการท่องเที่ยวไทยถึง 3 ล้านล้านบาทได้ สะท้อนจากภาพในปัจจุบันที่การท่องเที่ยวไทยมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โดยคาดว่าในปี 2567 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีโอกาสขึ้นไปแตะระดับ 36.5 ล้านคน แม้นักท่องเที่ยวจีนจะฟื้นตัวได้ต่ำเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิดที่ระดับ 65-90% แต่ยังมีแรงสนับสนุนจากการเติบโตของนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักอย่างมาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ รวมถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรป และตะวันออกกลาง ส่งผลให้รายได้รวมจากการท่องเที่ยวในปี 2567-2568 มีมูลค่าประมาณ 2.65-3 ล้านล้านบาท แม้รายได้จะยังกระจุกตัวอยู่ในเมืองท่องเที่ยวหลัก แต่การกระจายรายได้สู่จังหวัดเมืองรองเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น
“การกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว หรือเมืองรอง พบว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นประมาณ 13.4% ของรายได้จากภาคการท่องเที่ยวรวม เทียบก่อนโควิดที่มีสัดส่วนเพียง 9.2% โดยเมืองรองยอดฮิต 5 อันดับแรก คือ สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม เชียงราย จันทบุรี และอุดรธานี มีจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวได้สูงกว่าช่วงก่อนโควิด ที่ระดับ 130-343% สะท้อนให้เห็นว่านักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติมีความสนใจที่จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดเมืองรองมากขึ้น” นายพชรพจน์กล่าว

นายธนา ตุลยกิจวัตร นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไปจากช่วงก่อนโควิด ที่เน้นท่องเที่ยวแบบทั่วไป สู่การท่องเที่ยวแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล ทั้งด้านอาหารไทย และการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เกิดเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวยุคใหม่ ที่มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการท่องเที่ยวไทยได้กว่า 1.35 แสนล้านบาท ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยเฉพาะสตรีทฟู้ด ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 18.1% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด 2.การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานกว่า 7.8 แสนคน สร้างรายได้มากถึง 2,880 ล้านบาท 3.การท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือมิวสิกวิดีโอ เหมือนล่าสุดหลังจากที่มีการปล่อยเอ็มวีเพลง “ROCKSTAR” ของ Lisa มีนักท่องเที่ยวตามไปถ่ายรูปเช็กอินที่ถนนเยาวราชจำนวนมาก

นายธนากล่าวต่อว่า 4.การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ซึ่งจากผลสำรวจโดย Booking.com พบว่า 3 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวแบบอย่างยั่งยืนในอีก 12 เดือนข้างหน้า 5.กลุ่มดิจิทัลโนแมด (Digital Nomad) เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพที่เติบโตขึ้นตามกระแสทำงานได้ทุกที่ ซึ่งกลุ่มนี้มีการค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนที่สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปเกือบเท่าตัว และ 6.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับจำนวนผู้สูงอายุ และพฤติกรรมของคนทั่วโลกที่หันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น

น.ส.วีระยา ทองเสือ นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยควรปรับตัวเพื่อคว้าโอกาสจากเทรนด์การท่องเที่ยวยุคใหม่ ได้แก่ 1.ปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น และ 2.นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน รวมถึงเสนอให้ภาครัฐพิจารณาแนวนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นไปที่การเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูง ผลักดันให้เกิดกระแสการเดินทางเที่ยวตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในเมืองรอง เชื่อมโยงกับกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม ที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงวัยที่สามารถท่องเที่ยวในวันธรรมดาได้ เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ รวมถึงสร้างระบบด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวไทยมากขึ้น


