ธปท. รับศก. มิ.ย. 67 ชะลอตัวลง ชี้แจกเงินหมื่นดันจีดีพีโตสุด 0.9%
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในเดือนมิถุนายน 2567 ชะลอตัวลงจากหลายหมวด ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการเร่งตัวขึ้นแล้วในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการ การจ้างงาน และการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวจากไตรมาสก่อน ประกอบกับการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมที่ดีขึ้น แต่ในบางอุตสาหกรรมยังถูกกดดันจากสินค้าคงคลัง ที่อยู่ในระดับสูง และปัจจัยเชิงโครงสร้างจากความสามารถในการแข่งขันที่ด้อยลง ด้านการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวจากด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์ โดยพบว่า การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวสูงขึ้นหลังงบประมาณปี 2567 มีผลบังคับใช้แล้ว
ศก.ไตรมาส 2 ยังโตได้
นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2567 ยังอยู่ในทิศทางขยายตัวจากไตรมาสก่อน เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงในหมวดพลังงานและหมวดอาหารสด จากราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และผลของฐานค่าไฟฟ้าในปีก่อนที่สูงขึ้นหลังมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐหมดลง ขณะที่ราคาผักลดลงตามผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานใกล้เคียงกับเดือนก่อน ด้านตลาดแรงงานปรับดีขึ้นต่อเนื่องทั้งในภาคบริการและการผลิต ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มขึ้น จากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุลลดลงเป็นสำคัญ ขณะที่ดุลการค้าเกินดุลใกล้เคียงกับเดือนก่อน ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังคงลดลงจากความกังวลต่อค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นตามราคาพลังงานในประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูงและเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้า
“การส่งออกในประเทศที่ผลิตสินค้าต้นน้ำเยอะๆ ได้รับอานิสงส์แล้ว แต่เราอาจยังได้รับไม่เยอะ เพราะส่วนหนึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างด้วย ซึ่ง ธปท.มีการจับตาดูและติดตามใกล้ชิด หวังว่าครึ่งหลังของปี 2567 โดยเฉพาะไตรมาส 4 จะมีการฟื้นตัวของการส่งออก ที่เป็นการค้าสินค้ากลับมาดีได้ตามภาพรวมของโลก ส่วนในแง่ปัญหาเชิงโครงสร้าง หากยังมีอยู่และยังไม่ได้รับการแก้ไขอาจทำให้อานิสงส์เชิงบวกอาจยังได้ไม่ดีเท่าที่ควร” นางสาวชญาวดีกล่าว

แจกเงินหมื่นแรงส่งปี 68
นางสาวชญาวดี กล่าวว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ในเชิงเทคนิคมองว่าจะมีการหมุนรวมในระบบเศรษฐกิจ แต่ยังไม่ได้ใส่มาในประมาณการแนวโน้มเศรษฐกิจที่ธปท.ประเมินไว้ โดยมองว่าน่าจะอยู่ในไตรมาส 4 เพิ่มจีดีพีได้ประมาณ 0.3-0.4% เป็นแรงส่งในปี 2568 ที่ผลเชิงบวกน่าจะไปอยู่เยอะมากกว่า หากประเมินในวงเงินทั้งโครงการจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 0.9% ซึ่งในแง่การเติบโตของจีดีพีมองว่ายังสามารถขยายตัวบวกขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาฐานปี 2566 ด้วย อาทิ ไตรมาส 4 จีดีพีอาจโตใกล้ๆ 4% มาจากฐานที่ชะลอตัวลงในปีก่อนหน้าด้วย โดยมองว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองมีผลต่อการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินทุน เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อพื้นฐานทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นได้ เพราะเป็นบรรยากาศที่มีการปรับขึ้นๆ ลงๆ
ทบทวนเกณฑ์แอลทีวี
นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ด้านเกณฑ์แอลทีวี ยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า ไม่ได้เป็นการปิดประตูอะไร แต่มาตรการที่จะออกมาต้องแก้ไขได้ตรงจุดและไม่ได้เป็นการสร้างผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมาอาจมีการใช้จ่ายหรือซื้อมากขึ้น ที่ทำให้ราคาปรับขึ้นตาม ซึ่งยังต้องทบทวนและประเมินอย่างต่อเนื่องว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่ารีบเร่งในการดำเนินการทบทวน คาดว่าจะชัดเจนอีกไม่นานต่อจากนี้
เล็งถกบัตรเครดิตลดเกณฑ์ขั้นต่ำ
นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ธปท.อยู่ระหว่างการทบทวนและหารือร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจบัตรเครดิต ในเรื่องของการปรับเกณฑ์ชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต หลังจากก่อนหน้านี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีขอให้ ธปท.พิจารณาปรับลดอัตราการชำระคืนขั้นต่ำบัตรเครดิต กลับมาที่ 5% หลังจากปรับขึ้นมาอยู่ที่ 8% ตั้งแต่ปี 2567 โดย ธปท.จะคุยกับผู้ประกอบการในฐานะเจ้าหนี้ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลเร็วๆ นี้ ซึ่งเราเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่เร่งด่วน หากมีการเปลี่ยนแปลงต้องให้เวลาสถาบันการเงินปรับระบบต่างๆ และต้องดูด้วยว่าหากปรับแล้วลูกหนี้จ่ายได้หรือจ่ายไม่ได้ จำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติมตามมาหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่แค่ปรับขึ้นหรือลงแต่ต้องมองในภาพกว้างทั้งหมดด้วย

