เที่ยวเหนือสวยสุดหน้าฝน ททท.ตั้งเป้าปี 67 ดันรายได้ 2.09 แสนล้านบาท
นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวภาคเหนือ ตั้งเป้าหมายทั้งปี 2567 ในด้านรายได้อยู่ที่ 2.09 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.58% เมื่อเทียบกับปี 2566 จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเยี่ยมเยือน เฉพาะตลาดไทยเที่ยวไทยอยู่ที่ 25.14 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 14.29% โดยภาพขณะนี้ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะจากเดิมช่วงที่กังวลเป็นช่วงฤดูสีเขียว (กรีนซีซั่น) ของทุกปี เนื่องจากเป็นหน้าฝน ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวลดลง แต่นับจากปี 2566 มีการวางแผนไว้เพื่อรับมือสถานการณ์แล้ว รวมถึงมีกิจกรรมและแคมเปญที่อัดลงไปจัดในหลายจังหวัดมากขึ้น จึงมีความมั่นใจว่าจสามารถเดินไปตามเป้าหมายได้
“เรามองแล้วว่าหากปล่อยให้ภาพการท่องเที่ยวไหลไปด้วยตัวเอง อาจไม่สามารถทำได้ เพราะช่วงไตรมาส 1 ของปีจะเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ช่วงไตรมาส 2 จะเริ่มมีปัญหาเพราะมีวิกฤตฝุ่นควันพิษ ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอตัว ส่วนไตรมาส 3 ที่เป็นกรีนซีซั่นฤดูฝน ททท.ทำแผนปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของภาคเหนือในช่วงหน้าฝน ที่สามารถเดินทางเที่ยวได้ ซึ่งเห็นผลมากพอสมควร และมีความมั่นใจมากว่าคนส่วนใหญ่เริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิดการเที่ยวช่วงหน้าฝนแล้ว รวมถึงมีการใส่กิจกรรมต่างๆ เข้าไปมากขึ้นด้วย” นางสาวภัทรอนงค์ กล่าว
นางสาวภัทรอนงค์กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนพฤษภาคม 2567 โดยเฉพาะเชียงใหม่ ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว 17 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 9.7 หมื่นล้านบาทแล้ว อัตราการเข้าพัก อยู่ที่ 66% โดยการท่องเที่ยวภาคเหนือกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติก่อนเกิดโควิด-19 ปี 2562 ตั้งแต่ปี 2566 แล้ว การท่องเที่ยวเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
นางสาวภัทรอนงค์กล่าวว่า คาดการณ์ไตรมาส 3/2567 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 5.5 ล้านคน บวก 10% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 จากปัจจัยสนับสนุนผ่านการจัดอีเวนต์และแคมเปญท่องเที่ยวต่างๆ ดันรายได้ อยู่ประมาณ 4-4.3 หมื่นล้านบาท บวก 20% อัตราการเข้าพักคาดว่าจะอยู่ที่ 57% เทียบช่วงเดียวกันปี 2566 ที่อยู่ประมาณ 54-55% ในส่วนไตรมาส 4/2567 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือน 5 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้อยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท จากกิจกรรมในด้านการท่องเที่ยวที่มีการเตรียมไว้ อัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นมาที่ 75%

นางสาวภัทรอนงค์กล่าวว่า ส่วนแคมเปญในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ต้องบอกว่าภาคเหนือจะสวยที่สุดในช่วงฤดูฝน ป่ามีความเขียวชอุ่มมากสุดตามธรรมชาติ มีประเพณีที่จัดขึ้นในช่วงนี้ค่อนข้างมาก ถือเป็นทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว ซึ่ง ททท.มีแคมเปญใส่เข้าไปเพิ่มอีก อาทิ เหนือความคาดหมาย ท่องเที่ยวลุ้นรับสินค้าอาร์ตทอย คอนเลกชั่นพิเศษที่เป็นสัญลักษณ์ของ 5 จังหวัดภาคเหนือ แคมเปญเที่ยวเสริมบุญทั่วภาคเหนือ ร่วมกับ Traveloka นำเสนอโปรโมชั่นส่วนลดโรงแรมที่พักในภูมิภาคเหนือ ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการเดินทาง รวมถึงการส่งเสริมเมืองน่าเที่ยว ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรในแคมเปญต่างๆ อาทิ สุขทันทีที่พักเมืองรองร่วมกับบัตรเครดิตกรุงศรี 365 วันแห่งการเดินทางของคนรักกาแฟที่เที่ยวเมืองรองร่วมกับทรู

นางสาวภัทรอนงค์กล่าวว่า เพื่อตอบโจทย์ซอฟพาวเวอร์ในด้านการท่องเที่ยว และภาพยนตร์ ททท.ร่วมมือกับวีทีวี ในการถ่ายทำซีรีย์วายในเมืองรอง เพื่อกระตุ้นการเดินทางตามรอยด้วย โดยแบ่งเป็น 1.เรื่อง I saw you in my dream ถ่ายทำแล้วช่วงเดือนมิถุนายน 2567 ที่จังหวัดราชบุรี อาทิ อุทยานหินเขางู ตลาดโอ๊ะป่อย กำหนดฉายปลายเดือนสิงหาคม 2567 และ 2.เรื่อง Monster next door ถ่ายทำที่จังหวัดแพร่ ช่วงเดือนมิถุนายน 2567 สถานที่ถ่ายทำ อาทิ น้ำตกเชิงทอง กำแพงเมือง วัดพระธาตุช่อแฮ กำหนดฉายช่วงปลายเดือนกันยายน 2567 โดยคาดว่าจะมีคนเดินทางตามรอย 7,000 คน และมีเงินสะพัดจำนวน 14,037,310 บาท แบ่งเป็นจังหวัดราชบุรี จำนวน 5,972,505 บาท และแพร่ 8,064,805 บาท รวมถึงจะมีการจัดกิจกรรม Fan Meeting ของเรื่อง I saw you in my dream จำนวน 2 วัน 1 คืน ที่จังหวัดราชบุรี ในวันที่ 7-8 กันยายน 2567 ด้วย


