กฎหมาย PDPA หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 บังคับใช้จริงปี 2565
ชื่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแต่ในความเป็นจริงหน่วยงานหรือองค์กรต้องมีความรู้ความเข้าใจความเกี่ยวพัน
เพราะปัจจุบันทั่วโลกตื่นตัวต่อกระแสการคุ้มครองข้อมูลค่อนข้างมาก หนึ่งในหน่วยงานที่ตื่นตัวกับเรื่องนี้คือ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.)
โดยเดินหน้ากิจกรรมฝึกอบรมสัมมนาวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นเพื่อรับทราบถึงแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA ของไทยสำหรับหน่วยงาน สกนช. มี ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร ผู้ก่อตั้งสื่อ PDPA Thailand และซีอีโอ บริษัท ดีบีซี กรุ๊ป จำกัด เป็นวิทยากรบรรยาย
เรื่องนี้ วิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการ สกนช. ให้มุมมองว่า PDPA เป็นกฎหมายที่สำคัญ เกี่ยวข้องกับพนักงานเจ้าหน้าที่และสำนักงานกองทุนน้ำมันฯ เนื่องจากมีบทลงโทษทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง มีเรื่องความรับผิดชอบต่างๆ ของแต่ละคน โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นส่วนบุคคล
ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าน้ำมัน หรือกรณีการสรรหาคนเข้าบรรจุในหน่วยงานตามโครงสร้างใหม่ ซึ่งมีความเสี่ยงกรณีผู้มาสมัครแล้วไม่ได้รับคัดเลือก เอาจะมีประเด็นเรื่อง PDPA เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่หน่วยงานต้องแจ้งให้ผู้นั้นรับทราบชัดเจนว่า ข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะไม่ได้ถูกเปิดเผยแต่อย่างใด
“ภาพรวม สกนช.มีความเสี่ยงน้อยจะละเมิด PDPA เพราะกลุ่มลูกค้าคือผู้ค้าน้ำมัน ซึ่งเป็นองค์กรระดับอินเตอร์ ที่มีระบบข้อมูลที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แต่อาจเสี่ยงกรณีประชาชนเข้ามาติดต่อ รวมถึงร้องเรียนต่างๆ ตรงนี้ต้องมีคู่มือชัดเจนในการเตรียมรับเรื่องร้องเรียน เพราะตามกฎหมายมีระยะเวลาต้องตอบกลับภายในกี่วัน ไม่เช่นนั้นก็อาจเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องได้” ผู้อำนวยการ สกนช.ระบุ
นอกจากหน่วยงานรัฐ ตัดภาพมาที่ประชาชนอย่างเราๆ ก็จำเป็นต้องรู้กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ไว้
มิเช่นนั้นอาจเผลอไปละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของคนอื่นเข้าจะถูกฟ้องร้องได้
อย่างกฎหมาย PDPA บุคคลจะเจอทั้งโทษทางแพ่ง จ่ายค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทน โทษอาญาทั้งจำคุกสูงสุด 1 ปี และปรับสูงสุดถึง 1 ล้านบาท เลยทีเดียว!!

