หน้าแรก เศรษฐกิจ บสย.พร้อมเป็น...

บสย.พร้อมเป็นนายประกันช่วยเอสเอ็มอี 2.7 ล้านรายเข้าถึงแหล่งเงินทุน หนุนไทยแลนด์ 4.0

22.02.17 | 11:28 น.

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ กทม.บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) จัดงานเสวนาหัวข้อ “ก้าวที่ 40 มติชน ก้าวคู่ประเทศไทย 4.0”  โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ ส่องเศรษฐกิจ 4.0ปีไก่ทอง และมีการจัดเสวนา “ไทยแลนด์ 4.0 สตาร์ต (อัพ) แบบไหนพลิกโฉมเศรษฐกิจไทย”

โดยนายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) เปิดเผยในงานเสวนาไทยแลนด์ 4.0 : สตาร์ต (อัพ) แบบไหนพลิกโฉมเศรษฐกิจไทย ในงานครั้งนี้ ว่า บสย.เป็นส่วนหนึ่งกลไกลของรัฐ เพราะเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ(แบงก์รัฐ) เป็นผู้ออกหนังสือค้ำรประกันให้เอสเอ็มอี ดังนั้นเมื่อไทยก้าวเป็น 4.0 ได้ ต้องให้บสย.ช่วย ซึ่งบสย.ก่อตั้งมานาน 25 ปีแล้ว ถือเป็นนายประกันให้กับธุรกิจและเอสเอ็มอี สมัยก่อนเวลาธุรกิจหรือเอสเอ็มอีไปกู้เงินจากธนาคาร ทางธนาคารจะถามหาหลักประกัน แต่เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีหลักประกันจึงเข้าถึงแหล่งเงินทุนยาก ดังนั้นต่อไปบสย.จะก้าวเข้าไปเป็นหลักประกันให้เอสเอ็มอี ซึ่งเอสเอ็มอีสามารถใช้หนังสือค้ำประกันจากบสย.เพียงใบเดียวเข้าไปกู้เงินกับธนาคารได้ โดยไม่ต้องใช้หลักประกันใดๆ

“ บสย.ถือเป็นโซ่ข้อกลางของแหล่งเงินทุน เพื่อให้แบงก์มั่นใจว่าเมื่อปล่อยสินเชื่อไปแล้วมีบสย.ค้ำประกันให้ ส่วนเอสเอ็มอีสบายในเรื่องหลักประกัน ไม่ได้ไปคิดหาหลักประกัน จะได้นำเวลาไปคิดเรื่องนวัตกรรมที่จะนำมาพัฒนาสินค้าและบริการแทน นี่คือภาพรวม บสย.มีหน้าที่เติมเต็มระหว่างผู้ประกอบการและแบงก์”นายนิธิศ กล่าว

นายนิธิศ กล่าวว่า จากตัวเลขของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) มีเอสเอ็มอีในไทย 2.7 ล้านราย แต่บสย.เข้าไปค้ำประกันเพียง 2 แสนราย วงเงินค้ำประกันรวม 5 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้วงเงินค้ำประกันคงเหลือ 3 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตามยังมีเอสเอ็มอีเข้าไม่ถึงการค้ำประกันบสย.ถึง 2.5 ล้านราย ดังนั้นถือเป็นภารกิจที่บสย.ให้กลุ่มเอสเอ็มอีที่ยังเหลืออยู่เข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ได้

นายนิธิศ กล่าวว่า อยากให้เอสเอ็มอีรู้จักบสย. เพราะเวลาไปคุยกับธนาคารเรื่องสินเชื่อถ้าธนาคารถามถึงหลักประกันสามารถนำบสย.ไปอ้างได้เลย เพื่อให้ธนาคารมั่นใจว่าเมื่อปล่อยสินเชื่อกับเอสเอ็มอีไปแล้ว บสย.จะดูแลหนี้เสียให้ ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งทำให้เอสเอ็มอีไทยก้าวไปสู่เอสเอ็มอี 4.0 เร็วยิ่งขึ้น
นิธิศ3

Advertisement

นายนิธิศ กล่าวว่า ขณะนี้บสย.มีโครงการค้ำประกัน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มสตาร์ตอัพ อินโนเวชั่น มีเงินวงเงินค้ำประกัน 1 หมื่นล้านบาท กลุ่มรายย่อย พ่อค้า แม่ขาย ต้องการใช้เงินกู้ไม่เกิน 2 แสนหลักประกันไม่เกิน 2 แสนบาท มีวงเงินค้ำประกันรวม 13,500 ล้านบาท และโครงการค้ำประกันระยะที่ 6 (พีจีเอส 6) วงเงินค้ำประกันรวม 1 แสนล้นบาท ขณะนี้เพิ่มเงื่อนไขค้ำประกันว่าต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี เมื่อมาใช้บริการบสย. เพราะเป็นนโยบายรัฐบาลต้องการให้เอสเอ็มอีอยู่ในฐานภาษี

นายนิธิศ กล่าวต่อว่า บสย.ค้ำประกันเอสเอ็มอีถึง 19 กลุ่ม อาทิ ภาคบริการ การผลิตสินค้า อาหารและเครื่องดื่ม เกษตรกรรม เครื่องหนัง ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ โดยมีธนาคารเข้าร่วมค้ำประกันทั้งแบงก์รัฐ และธนาคารพาณิชย์ รวม 18-19 แห่ง หากสามารถเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ จะทำให้เอสเอ็มอีมีส่วนกระตุ้นภาคเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง เพราะ เอสเอ็มอีมีสัดส่วนถึง 40% ของจีดีพี รัฐบาลมองเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ ทำอย่างไรให้เอสเอ็มอีเติบโต การเติบโตได้สิ่งสำคัญคือเงินทุน ดังนั้นบสย.จึงเข้ามาตอบโจทย์เรื่องช่วยให้เข้าถึงเงินทุน

“ญี่ปุ่น เกาหลี เอสเอ็มอีของเขาเติบโตมาก เพราะรัฐบาลช่วยเต็มที่ ทุ่มเงินเต็มที่ เท่าไหร่เท่ากัน เอสเอ็มอี 100 ราย อยู่ได้ 5 รายถือว่าเก่งแล้ว ดังนั้นตรงนี้เป็นภาพรวมเพื่อให้ทราบว่า บสย.พร้อมเป็นนายประกันให้เอสเอ็มอี ถ้าท่านทำธุรกิจเลิกคิดว่าจะมีหลักประกันเพื่อนำไปกู้หรือไม่ ท่านควรเป็นเอสเอ็มอี 4.0 เลิกคิดเป็นหลักประกัน เพราะบสย.จะเป็นหลักประกันให้” นายนิธิศ กล่าว

นายนิธิศ กล่าวต่อว่า บสย.มีเกณฑ์ประเมินการทำงาน(เคพีไอ) ว่าต้องค้ำเอสเอ็มอีให้ได้ปีละ 1 แสนล้านล้านบาท ปัจจุบันการค้ำประกันยังจำกัดเฉพาะแบงก์รัฐและธนาคารพาณิชย์ แต่ยังก้าวไปไม่ถึงน็อนแบงก์(ผู้ประกอบการธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน) ขณะนี้อยู่ระหว่างแก้กฎหมาย อยู่ในชั้นการพิจาณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อให้บสย.สามารถค้ำประกันให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์(ลีสซิ่ง) สินเชื่อหนี้ทางการค้า(แฟคตอริ่ง) ถ้าแก้กฎหมายแล้วเสร็จ เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้เป็นไทยเป็น 4.0