“เอไอเอส” เห็นพ้อง “สมคิด” ไทยแลนด์ 4.0 รายย่อยต้องเกิด ลั่นมีเครื่องมือพร้อมดันสตาร์ตอัพ

22.02.17 | 11:48 น.

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวในงานเสวนา “ก้าวที่ 40 มติชน ก้าวคู่ประเทศไทย 4.0” จัดโดยเครือมติชน ที่โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ กรุงเทพฯ ว่า นิยามสตาร์ตอัพ ให้ดู 4 อย่าง คือ 1.คนที่มุ่งมั่นอยากทำธุรกิจใหม่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีนวัตกรรมใหม่ๆ ไม่ใช่ธุรกิจดั้งเดิม 2.ธุรกิจที่ทำจะต้องมีแนวโน้มก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว เติบโตอย่างรวดเร็ว 3.โมเดลธุรกิจสามารถก็อปปี้และขยายต่อโดยง่าย ไม่ต้องลงทุนมากมายมหาศาลก็ประสบความสำเร็จ เช่น อูเบอร์ จากสหรัฐมาไทย ก็เปิดบริการได้ทันที และ 4.เป็นธุรกิจที่คนอื่นๆ อยากเข้ามาร่วมลงทุน

นายสมชัย กล่าวว่า ส่วนไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องสร้างอุตสหากรรมที่มีมูลค่าเพิ่ม และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีบอกเพิ่มเติมว่า ไทยแลนด์ 4.0 ไม่อยู่แค่เพียงอุตสาหกรรมใหญ่ๆ และอุตสาหกรรมไฮเทคฯ แต่จะต้องเกิดในพื้นที่ภูมิภาคด้วยนั้นเป็นคำอธิบายเพิ่มเติมที่ดี นอกจากนี้มองว่า จะต้องเป็นการเติบโตไปในทุกกล่มอุตสาหกรรม ไม่ใช่เกิดเฉพาะรายใหญ่ รายย่อยต้องเกิดขึ้นและแข็งแรง นี่คือความสำคัญของไทยแลนด์ 4.0 หากเติบโตไม่กี่กลุ่ม ประเทศจะไม่ยั่งยืน

นายสมชัยกล่าวอีกว่า เอไอเอสมีส่วนอย่างไรในการส่งเสริมสตาร์ตอัพ และไทยแลนด์ 4.0นั้น คือสิ่งที่เอไอเอส ตัวที่ทำให้ก้าวกระโดดไม่ใช่เพียงเทคโนโลยี ไอที หรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือฐานลูกค้าที่เอไอเอสมีขณะนี้ 41 ล้านเลขหมาย ในตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เราลงทุนกว่า 1.87 แสนล้านบาทด้านเน็ตเวิร์ค และในช่วงมา 5 ปีที่ผ่านมาเราพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแรง ใช้เงินลงทุนถึง 1.5 แสนล้านบาท ในวันนี้เอไอเอสมีความพร้อม

 

สมชัย3

Advertisement

“เราจะเล่นบทบาทกับของที่มีกับสตาร์ตอัพไทยอย่างไรนั้น นอกจากสินค้าบริการที่มีแล้ว พอ 3จี 4จีเข้า กว่า 40 ล้านเลขหมายเกินครึ่งเข้าสู่อินเตอร์เน็ตได้ และจะเห็นเทรนด์สร้างสตาร์ตอัพขึ้นมา เราเป็นรายแรกๆ ที่พูดถึงสตาร์ตอัพ เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา เปิดให้มีการส่งไอเดียใหม่ๆ เข้ามาประกวด แล้วคัดสรรไปร่วมแข่งขันนานาชาติ คนที่ชนะก็จะได้เงินทุน ในบางปีสตาร์ตอัพไทยก็ได้ที่หนึ่งในภูมิภาค โดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มี 6,000 คนเสนอไอเดียเข้ามา ซึ่งไม่ใช่ทุกไอเดียประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามมีสตาร์ตอัพ 25 รายที่เติบโตและสามารถทำธุรกิจจนถึงทุกวันนี้ ขณะเดียวกันมีเงินลงทุนเข้ามาสู่สตาร์ตอัพรวมถึง 150 ล้านเหรียญสหรัฐ มีผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นทั้งในประเทศและกำลังขยายสู่ต่างประเทศรวม 30 ผลิตภัณฑ์ และมีลูกค้าใช้ถึง 1 ล้านคน” นายสมชัยกล่าว