ส.อ.ท. ชี้สินค้านำเข้าจีนตีเพิ่มอีก 2 อุตสาหกรรม จับตาผลกระทบ Temu วอนรัฐเร่งสกัด-ตรวจเข้ม พร้อมออกมาตรการหนุนสินค้า เมดอินไทยแลนด์ เพิ่ม 5-15% นาน 2 ปี
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากดุลการค้าของจีนที่ล่าสุด 6 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม-มิถุนายน) มีการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นถึง 7.12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มูลค่า 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าจากจีน ติดลบ 19.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น ซึ่งเป็นการขาดดุลเพิ่มขึ้นกว่า 15.66% ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต จำนวน 23 อุตสาหกรรมจาก 46 อุตสาหกรรมไทยแล้ว โดยที่เพิ่มเข้ามา 2 อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ และ อุตสาหกรรมหนัง
ขณะที่มีอุตสาหกรรมที่ดีขึ้น หมายถึง การตีตลาดของสินค้านำเข้าจากจีนลดลง คือ อุตสาหกรรมรองเท้า
ขณะเดียวกัน ยังมีเรื่องของแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์จากจีนที่เปิดใหม่คือ เทมู (Temu) ที่จะส่งผลกระทบโดยตรงอย่างหนักกับภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากเทมูเป็นการสินค้าส่งตรงจากโรงงาน ไม่มีคนกลาง ที่เดิมยังเป็นการขายแบบส่ง ต้องเจรจาซื้อสินค้าเป็นล็อตใหญ่ แต่ตอนนี้ขยายมาถึงการขายปลีก 1-2 ชิ้นก็สั่งได้แล้ว แต่ยังคงราคาที่มาจากหน้าโรงงาน ซึ่งถูกอย่างเหลือเชื่อ และพิสูจน์แล้วว่าสามารถตีตลาด แพลตฟอร์ม อมาซอน (Amazon) ของสหรัฐอเมริกาได้ พร้อมทั้งเวลาที่เปิดแพลตฟอร์มแค่ 1 ปีกว่า ก็มียอดผู้ใช้บริการมากถึง 51 ล้านคนต่อวัน ตรงนี้เป็นปัญหาที่ กกร.กำลังจับตาดูอยู่
เพราะฉะนั้น กกร.อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาครัฐ ต้องหามาตรการที่เหมาะสมในการสกัด อาทิ ด้านนำเข้า กระทรวงการคลัง โดยกรมศุลกากร ก็ควรต้องมีความเข้มงวดในการตรวจสินค้าที่ผ่านเข้ามาในประเทศ และในระดับถัดไปคือมาตรการด้านภาษีที่เป็นธรรม ไม่ให้ผู้ประกอบในประเทศเสียเปรียบ
รวมถึงอีกมาตรการสำคัญคือการสนับสนุนการใช้สินค้าในประเทศ ผ่านโครงการ Made in Thailand โดยให้แต้มต่อหน่วยงานรัฐในการจัดซื้อจีดจากสินค้าในประเทศ เพิ่มแต้มต่อให้กับสินค้าไทย จากปัจจุบัน 5% อยากให้เพิ่มเป็น 5-15% และควรต้องทำในระยะเวลานานเพื่อให้ผู้ประกอบการฟื้นตัว อย่างน้อยต้อง 2 ปี และเรื่องนี้ต้องทำเร่งด่วน

