หน้าแรก เศรษฐกิจ ส่งเสริมการเก...

ส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าอุ้มเกษตรกรรายย่อยเข้าถึงเครื่องจักร วิ่งสู่เป้าหมายเพิ่มรายได้ 3 เท่าใน 4 ปี

8.08.24 | 09:15 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าอุ้มเกษตรกรรายย่อยเข้าถึงเครื่องจักร วิ่งสู่เป้าหมายเพิ่มรายได้ 3 เท่าใน 4 ปี

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรสนับสนุนการรวมแปลงและเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงบริการเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ในราคาที่สมเหตุสมผล ส่งเสริมการทำเกษตรสมัยใหม่ ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ สู่เป้าหมายสร้างรายได้ของเกษตรกรให้เพิ่มเป็น 3 เท่า ใน 4 ปี โดยมีการการสนับสนุนรายย่อยให้สามารถเข้าถึงเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรสมัยใหม่ และพัฒนาบุคลากรทางด้านความรู้ ทักษะ เทคนิคในพื้นที่ และสนับสนุนให้เกษตรกรได้พัฒนาทักษะและเทคนิคการซ่อมแซมบำรุงรักษาเครื่องจักรกลการเกษตร และให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรข้างเคียงได้ รองรับการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างเพียงพอ


นายพีรพันธ์ กล่าวว่า รวมถึงพัฒนาศักยภาพการให้บริการเครื่องจักรกลเกษตรในชุมชน และผู้ประกอบการทั่วไปที่ดำเนินธุรกิจการให้บริการเครื่องจักรกลเกษตรในชุมชน เพื่อให้มีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะทางเทคนิคและการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดต้นทุนปัจจัยการผลิตและเพิ่มรายได้สุทธิให้กับเกษตรกร ผ่านการถ่ายทอดความรู้ด้านการบริหารจัดการกลุ่มเครือข่าย การใช้เทคโนโลยีการเกษตรเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตด้วยวิธีการเช่าเครื่องจักรแทนการลงทุนจัดซื้อเครื่องจักร และส่งเสริมให้เกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรได้เอง

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า จากนโยบายกีดกันการใช้แรงงานสัตว์ รวมถึงการบริโภคที่เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภาวะขาดแคลนแรงงาน และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมทั้งกฎระเบียบมาตรฐานสินค้าที่ต้องยกระดับกระบวนการผลิตเป็นเกษตรแม่นยำ Precision Farming รวมถึงแนวโน้มตลาดที่ทำให้ความต้องการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพการผลิต ส่งผลให้ต้องมีการนำเทคโนโลยีหรือเครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่มาใช้มากขึ้น

Advertisement

ทั้งนี้ ฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรปี 2566-2567 มีเกษตรกรแจ้งขึ้นทะเบียน จำนวน 6,903,587 ครัวเรือน มีการให้ข้อมูลเครื่องจักรกลเพื่อการเกษตร แบ่งเป็นประเภท ดังนี้ เครื่องต้นกำลัง อาทิ รถไถเดินตาม รถแทรกเตอร์ รวมจำนวน 4,050 เครื่อง เครื่องมือเตรียมดิน 3,031 เครื่อง เครื่องปลูก 991 เครื่อง เครื่องมือดูแลรักษา 10,952 เครื่อง เครื่องมือเก็บเกี่ยว 150 เครื่อง เครื่องสูบน้ำ 6,701 เครื่อง รถบรรทุกการเกษตร 628 เครื่อง เครื่องมือหลังการเก็บเกี่ยว 79 เครื่อง ซึ่งเป็นไปตามความสมัครใจของเกษตรกรในการแจ้งข้อมูล ประกอบกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายในการกำหนดให้มีการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพิ่มเติมจากการขึ้นทะเบียนเกษตรกรทางด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลผู้ให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรประเภทต่าง ๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับเกษตรกร ช่วยรองรับภาคการเกษตรที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงเป็นการส่งเสริมเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร เป็นเจ้าของเครื่องมือและเครื่องจักรกลของตนเอง พร้อมเป็นผู้ให้บริการด้านธุรกิจเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย

“กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมพิจารณายกร่าง ระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเกี่ยวกับการประกอบกิจการในด้านการเกษตร 2567 เพื่อนำมาใช้แทนฉบับเดิม ซึ่งยังไม่ครอบคลุมถึงการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร ทั้งนี้อยู่ระหว่างการประมวลผลจากการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อ (ร่าง) ระเบียบฯ ดังกล่าว โดยจะต้องเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ เพื่อประกอบการพิจารณาในการออกระเบียบฯ ต่อไป ทั้งยังได้ส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ภาคประชาชน เพื่อให้เกิดการปรับรูปแบบการทำการเกษตร โดยนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรสมัยใหม่มาใช้ในการเพิ่มผลผลิตและปรับปรุงคุณภาพผลผลิต” นายพีรพันธ์ กล่าว