‘ภูมิธรรม’ ตั้งทีมผลักดันตลาดอินเดีย ‘สุชาติ’ ชี้โอกาสไทยขยายธุรกิจผลิตพลังงานสะอาดในอินเดีย
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนได้มีการเพิ่มการตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและส่งเสริมการค้าในตลาดอินเดีย ภายใต้คณะกรรมการบูรณาการนโยบายเชิงรุกกระทรวงพาณิชย์ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดีย และผลักดันการค้า การลงทุน และการส่งออกของไทยไปอินเดีย ที่จะเป็นอีกตลาดที่มีศักยภาพการส่งออกและบริการของไทย รวมถึงเตรียมจัดตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนด้านฮาลาล ที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้ภาคใต้ของไทยเป็นแหล่งผลิตและการค้า ที่สามารถยกระดับเป็นศูนย์กลาง(ฮับ)ของอาเซียนได้
ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในขณะเยือนกรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ว่า ด้วยนโยบายของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้มีการเปิดตลาดสินค้าไทยเพิ่มเติมในอินเดีย โดยจัดทีมอินเดีย ประกอบด้วยผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางการค้าของประเทศอินเดีย ทำการสำรวจโอกาสและอุปสรรคของนักธุรกิจและนักลงทุนของไทยจะเข้าเปิดตลาดในอินเดีย จึงถือโอกาสการเดินทางครั้งนี้ขอให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงนิวเดลี เชิญนักธุรกิจไทย ที่ประกอบธุรกิจในอินเดีย มาพบปะและรับฟังข้อเสนอแนะของภาคเอกชนต่อฝ่ายนโยบายเพื่อขับเคลื่อน ขยายและคุ้มครองผลประโยชน์ของธุรกิจไทยในอินเดีย โดยผู้แทนที่ได้เข้าหารือจากบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) บริษัทล็อตส์ โฮลเซล โซลูชันส์ (ค้าส่ง) บริษัท เอสซีจี เทรดดิ้ง จำกัด และบริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด

นายสุชาติ กล่าวว่า อินเดียเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีความต้องการที่หลากหลาย จึงเป็นโอกาสสำหรับสินค้าและบริการของไทยในหลายมิติ และได้รับทราบว่าอินเดียมีนโยบายต้องการเปลี่ยนมาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะพลังงานจากแสงอาทิตย์ และต้องการนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง อาทิ แผ่นผนัง ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่ภาคเอกชนไทยมีศักยภาพและความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ นักธุรกิจไทยอีกหลายสาขาเข้ามาลงทุนในอินเดีย อาทิ ยานยนต์และชิ้นส่วน ธุรกิจการบิน และอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัทเหล่านี้ ถือเป็นต้นแบบที่กล้ารุกเปิดตลาดในต่างประเทศ
“กระทรวงพาณิชย์ ตระหนักถึงผลประโยชน์ของผู้ประกอบการและธุรกิจไทย ทั้งรายใหญ่และรายย่อย รวมถึง การหาช่องทางเพื่อแก้ไขอุปสรรคทางการค้าในเชิง นโยบาย และแสวงหาโอกาสและลู่ทางการค้าและการลงทุนของไทย เพื่อต่อยอด ความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับอินเดีย โดยขอฝากนักธุรกิจรุ่นใหม่ใหม่ของไทยที่มาลงทุนในอินเดียให้คุณมีความกล้าเผชิญและฝ่าฟันต่อความท้าทายให้ได้ หากเกิดปัญหาหรืออุปสรรคใดที่ทางกระทรวงพาณิชย์จะให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนได้ ขอให้รีบประสานไปยังกระทรวงพาณิชย์โดยผ่านสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลี ได้ทันที” นายสุชาติ กล่าว
ทั้งนี้ ธุรกิจหลักของ SCG ในอินเดีย 1.Ceramic Business(sourcing/ OEM) กระเบื้องเซรามิคจากอินเดีย 2. Paper and Packaging Supply กระดาษ จาก SCG Pacgaking เข้าโรงงาน ผลิต ยิปซัม บอร์ด ในอินเดีย 3. โรงงานร่วมทุนแห่งแรก รุกตลาดก่อสร้างในอินเดีย ภายใต้แบรนด์ Zmartbuild by NXTBLOC โรงงานร่วมทุนที่เขตเคดา เมืองอาห์เมดาบัด (Kheda; Ahmedabad) ถือเป็นการลงทุนครั้งแรกของกลุ่มเอสซีจีในอินเดีย โรงงานแผ่นผนังมวลเบา (Autoclaved Aerated Concrete Wall : AAC Wall) แห่งแรกของอินเดีย4. SCG Chemicals เริ่มเข้าสำรวจโอกาสระยะยาวของธุรกิจปิโตรเคมีในตลาดอินเดียซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบัน SCG Chemicals มีการส่งออกเม็ดพลาสติกและโพลีเมอร์ไปยังอินเดียโดยได้รับประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย-อินเดีย
ส่วน LOTS Wholesale Solutions LOTS เครือบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจค้าส่งในอินเดีย ถือเป็นผู้ประกอบการค้าส่งต่างชาติรายเดียวในกรุงนิวเดลีให้บริการผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท เช่น ผลิตผลสด อาหารบรรจุหีบห่อ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียน และอื่น ๆ
โดยมุ่งเน้นการให้บริการแก่ผู้ค้าปลีก กลุ่ม HoReCa (โรงแรม ร้านอาหาร และผู้จัดเลี้ยง) และผู้ให้บริการ (สถาบันรัฐบาล สถานพยาบาล สถาบันการศึกษา ฯลฯ) ปัจจุบันแบรนด์ LOTS มี 5 สาขา และมีแผนเปิดกิจการอีก 1 สาขาในปี2567

