‘พิชิต’สั่งท่าเรือเพิ่มปริมาณสินค้าอีกเท่าตัวภายในปี’65

22.02.17 | 14:48 น.

นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังมอบนโยบายและตรวจเยี่ยมกิจการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ว่า ได้มอบหมายใน 3 นโยบายหลัก เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในปี 2565 ประกอบด้วย 1.ต้องการให้ กทท.เพิ่มปริมาณการส่งสินค้าเข้า-ออกให้ได้ 18 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ ภายในปี 2565 จากปัจจุบันอยู่ที่ 8 ล้านตู้ ซึ่งนอกจากเรื่องปริมาณแล้วยังต้องการให้เพิ่มคุณภาพการบริหารจัดการให้ดียิ่งขึ้น เพราะทิศทางสินค้าส่งทางเรือจะเปลี่ยนไป จากสินค้าปริมาณมาก มูลค่าราคาอย่างต่ำ จะถูกเปลี่ยนเป็นสินค้ามูลค่าสูง แต่ปริมาณลดน้อยลง การดูแลสินค้าจึงจำเป็นต้องมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

2.การบริหารสินทรัพย์ของ กทท.ที่มีมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท แต่กลับพบว่าผลตอบแทนได้ไม่ถึง 2% หรือไม่เกิน 700 ล้านบาทต่อปี ซึ่งทางผู้บริหารตระหนักถึงเรื่องนี้ดี ซึ่งตนต้องการให้ผลตอบแทนเทียบเท่ากับองค์กรอื่นในตลาด ซึ่งอยู่ที่ 4-5% เช่น กรมธนารักษ์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กทท.ควรมีผลตอบแทนในระดับดังกล่าวในปี 2565 หรือมีผลตอบแทนอยู่ที่ 2.8 พันล้านบาท 3.การทำให้ กทท.ยั่งยืน โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารมากขึ้น ตอบยุคไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือและบุคลากร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ต้องดูแลให้ดี เพื่อให้เกิดผลดีต่อการเติบโตในระยะยาว

“จะให้ กทท.ส่งแผนประมาณการต่างๆ มาให้ผมภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนแผนบริหารทรัพย์สินนั้น ในส่วนคลองเตย นอกจากส่งเสริมอุตสาหกรรมหลัก ยังมองในแง่พัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยและสังคมผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในสังคมไทย ส่วนท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ต้องพัฒนาให้สอดรับกับการพัฒนาของสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา และโครงการพัฒนาถนน โดยจะมุ่งเน้นการให้เป็นศูนย์ขนส่งสินค้ากลุ่มอะไหล่เครื่องบิน อุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้สอดคล้องอุตสาหกรรม” นายวิชิตกล่าว