7 รูปแบบพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่น่าสนใจในยุคปัจจุบัน
วันนี้ผมขอเล่าถึงบทความล่าสุดของ OKMD ที่ได้ทำงานค้นคว้าและรวบรวมงานวิจัยด้านการพัฒนาพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ Learning Space ที่ผมว่ากำลังเป็นที่สนใจและเป็นที่ต้องการของเยาวชนและเหล่าผู้ปกครองทั้งหลาย ซึ่งในเมืองไทยเริ่มมีความแพร่หลายแล้ว นะครับ
พื้นที่การเรียนรู้เป็นอีกส่วนที่สำคัญที่ช่วยส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับคนทุกกลุ่ม ในปัจจุบันจึงมีพื้นที่เรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ ที่น่าสนใจให้ได้เข้าไปเรียนรู้กัน ทั้งที่มีอยู่แล้วและที่เกิดขึ้นใหม่ตามบริบทความสนใจของคนในยุคนี้ บทความนี้ขอชวนมาดูรูปแบบพื้นที่ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ที่น่าสนใจในยุคนี้กัน
1.Creative Space

ในยุคนี้ การเรียนรู้ในห้องเรียนอาจไม่เพียงพอ พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบที่แตกต่างกันไปจึงมีบทบาทในการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ๆ ตามความสนใจของคนแต่ละท้องที่ เป็นแหล่งรวมความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ ให้ได้เข้าไปเติมความรู้แลกเปลี่ยนไอเดีย ไม่ว่าจะเป็น Art Space คาเฟ่ในรูปแบบชุมชนนักสร้างสรรค์ พื้นที่แสดงนิทรรศการ/การแสดงสด โรงละคร พื้นที่ทำเวิร์กช็อป งาน
คราฟต์ ร้านอาหาร หรือพื้นที่ทำงานที่ร่วมกันอย่าง Co-working Space ที่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในสังคมที่มีความสนใจร่วมกัน มีการจัด Workshop ที่คนในชุมชนสนใจเพื่อช่วยพัฒนาทักษะ เกิดไอเดียใหม่ๆ รวมถึงยังเป็นเสมือนเวทีที่เปิดโอกาสให้ศิลปิน ผู้สนใจ สามารถถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ที่ตนถนัดในรูปแบบต่างๆ ได้
2.Maker Space หรือ Fabrication Lab

พื้นที่เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ หรือ MakerSpace เป็นพื้นที่รวมความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการร่วมมือกัน มีจุดประสงค์ที่สำคัญคือ การส่งเสริมบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นนักคิด นักนวัตกร ซึ่งการลงมือทำจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้อย่างไม่มีวันจบ โดยจะทดลองและเรียนรู้จากการทำเป็นโครงการหรือโครงงานต่างๆ (Project-bases Learning) การริเริ่มสร้างสรรค์งานที่สนใจด้วยตนเอง ทั่วโลกก็มี Maker Space อยู่มากมา
โดยเฉพาะในสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งพื้นที่ในชุมชนที่เปิดโอกาสให้คนได้มาทดลองประดิษฐ์สิ่งต่างๆ จากความคิดของตนเอง หรือประดิษฐ์ชิ้นงานในการเรียน
3.Community Library

ห้องสมุดในรูปแบบพื้นที่เรียนรู้-อ่านหนังสือในชุมชน หรือพื้นที่เรียนรู้ที่คนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ห้องสมุดหลายแห่งทั่วโลกมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน สร้างการเชื่อมโยงกิจกรรมกับชุมชนมากขึ้น บางแห่งเป็นห้องสมุดขนาดเล็กในชุมชน เช่น ห้องสมุดดรุณบรรณาลัย กรุงเทพฯ รวมถึงเกิดพื้นที่ทดลองทางการเรียนรู้ของห้องสมุดหรือพื้นที่การอ่าน ในรูปแบบใหม่ๆ ที่ให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม รวมทั้งยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ และสนามเด็กเล่น เป็นพื้นที่อยู่ร่วมกันกับธรรมชาติภายนอก
4.Sensory Space
อย่างที่รู้กันว่า ระบบประสาทสัมผัสแต่ละด้านนั้นส่งผลต่อการเชื่อมโยงการทำงานของร่างกาย จิตใจ อารมณ์และพฤติกรรมในด้านต่างๆ ของมนุษย์ การฝึกและพัฒนาด้านประสาทสัมผัสตั้งแต่เด็กจะส่งผลต่อการเรียนรู้และทำงานต่อไปในอนาคต ปัจจุบันจึงมีการเล่นแบบ Sensory Play ผ่านกิจกรรมต่างๆ รวมถึงพื้นที่ที่ส่งเสริมประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในอาคารสำหรับคนทุกวัย นอกจากจะช่วยเรื่องพัฒนาการแล้ว ปัจจุบันพื้นที่รูปแบบ Sensory Space ยังมีบทบาทในโรงเรียนเพื่อช่วย
ปรับนักเรียนจากภาวะความเครียดความกังวลจากการเรียนในห้องเรียนรวมถึงปรับพฤติกรรมและพัฒนาการด้านประสาทสัมผัสต่างๆ อีกด้วย
5.Playground

สนามเด็กเล่นไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับเล่นเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่เพื่อส่งเสริมพัฒนาการตามวัย ได้เรียนรู้หลายๆ ทักษะ ทั้งการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การตัดสินใจ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การสื่อสาร ฯลฯ โดยในยุคปัจจุบันได้มีสนามเด็กเล่นในหลายรูปแบบที่ไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับเด็กเท่านั้น แต่ยังมีแนวทางการออกแบบและพัฒนาพื้นที่ให้เป็นพื้นที่เล่น-เรียนรู้สำหรับทุกกลุ่ม (Inclusive) หรือสำหรับคนหลากหลายวัย (Multi-Generations) เพื่อให้ได้ใช้เวลาร่วมกันในกิจกรรมหลายรูปแบบ รวมถึงการออกแบบที่ส่งเสริมแนวคิดเรื่องความยั่งยืนให้กับโลก
6 Community-based Learning Space

พื้นที่เรียนรู้ในชุมชนในปี 2024 นี้ได้มีบทบาทมากขึ้นและยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตรวมถึงส่งเสริมเรื่องความยั่งยืนในชุมชน ทั้งยังสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชน ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างเป็นธรรมชาติกับคนทุกช่วงวัย สอดคล้องกับแนวทาง SDG ของ UNESCO ที่ต้องการส่งเสริมพื้นที่เรียนรู้ในชุมชนรวมถึงเครือข่ายในชุมชนเพื่อขยายโอกาสเข้าถึงทางการศึกษาและสร้างกิจกรรมเรียนรู้สำหรับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ขาดโอกาสในการศึกษา ตัวอย่างบางแห่งมีการจัดแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมขึ้นในชุมชน เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดตั้งพื้นที่เรียนรู้เป็นสวนดอกไม้ให้นักศึกษาได้ทดลองค้นคว้าและคนในชุมชนสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีแหล่งเรียนรู้รูปแบบต่างๆ ในชุมชน เช่น พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ วัด โบสถ์ สวนสาธารณะ ที่บอกเล่าเรื่องราวความรู้ในท้องถิ่น รวมถึงการเกิดขึ้นของ Local Labs ต่างๆ ทั่วโลก ที่มีพื้นที่เรียนรู้ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ เกิดเป็นกิจกรรมเรียนรู้ในชุมชนตามอัตลักษณ์ของท้องถิ่นนั้นๆ และต่อยอดเป็นธุรกิจในชุมชนอีกด้วย
7.Innovation Labs

พื้นที่เรียนรู้ยุคใหม่ที่ช่วยส่งเสริมหลักคิดของ STEM (Science, Technology, Engineering, and Mathematics), Coding Skills รวมถึงการเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดในด้านเทคโนโลยี โดย Innovation Labs ที่เกิดขึ้นทั่วโลกมักจะมีประเด็นสำคัญในเรื่องการส่งเสริมการริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ขึ้น มีการทดลองความเสี่ยงต่างๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ปัจจุบันมี Innovation Labs เกิดขึ้นหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น
Robotics Labs
AI Experience Space
STEAM Labs
Virtual and Augmented Reality Integration Space
ที่เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ตัวอย่าง Innovation Labs เช่น Stanford Robotics Center ภายใต้ Stanford University ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นก็มีการเปิด Labs พื้นที่ค้นคว้าศึกษา ทดลองในด้าน Robotics ถึง 13 Labs ด้วยกันและมีการต่อยอดพัฒนานวัตกรรมในโครงการต่างๆ นอกจากนั้น ภาคเอกชนในปัจจุบันก็ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ทางด้านเทคโนโลยี ตัวอย่างเช่น Creative AI Club โดย CP-All ประเทศไทย ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อตอบโจทย์พื้นที่เรียนรู้ใหม่ด้าน AI และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงบ่มเพาะทักษะด้าน AI ให้กับเยาวชนผ่านค่าย หรือล่าสุดทาง OKMD เองกำลังจัดทำพื้นที่และกิจกรรมส่งเสริมการใช้ AI เพื่อก่อสร้างนวัตกรรมใหม่สำหรับอนาคตด้วยครับ โปรดติดตาม
#ทวารัฐ #สูตะบุตร #okmd #OKMD #กระตุกต่อมคิด #พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ #CreativeSpace #MakerSpace #CommunityLibrary #SensorySpace #Playground #Community BasedLearningSpace #Innovation Labs

