ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ที่กระทรวงการคลัง นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมงานแถลงข่าว “ กองทุนรวมวายุภักษ์1 เตรียมเดินหน้าเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. เพิ่มทางเลือกการออม สนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนของประเทศ”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังเตรียมจัดมาร์เก็ตซาวดิ้งเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนทั่วไปทั้งสถาบันและรายย่อยเกี่ยวกับกรณีที่กระทรวงการคลังจะเปิดเสนอขายหน่วยลงทุนกองทุนวายุภักษ์เพิ่มเติม โดยการเสนอขายคาดว่า จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2567 นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับรายละเอียดการเสนอขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง เบื้องต้น กำหนดวงเงินเสนอขายไว้ที่ประมาณ 1-1.5 แสนล้านบาท เป็นการขายเพิ่มเติมจากกองทุนเดิมที่มีมูลค่าประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้ขนาดของกองทุนวายุภักษ์ใหญ่ขึ้น โดยอยู่ที่ประมาณ 5 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ขนาดของกองทุนวายุภักษ์ที่ประมาณ 5 แสนล้านบาท ถือว่า เป็นขนาดที่เต็มวงเงินตามที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไว้เมื่อปี 2556
ส่วนราคาที่จะเสนอขายเบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 10 บาทต่อหน่วย เพื่อให้รายย่อยสามารถเข้าถึงการลงทุนดังกล่าวได้ โดยไม่ได้กำหนดการซื้อขั้นต่ำและขั้นสูงในลักษณะทยอยจัดสรรเป็นรอบๆ (Small Lot First)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ การลงทุนในหน่วยลงทุนวายุภักษ์ครั้งนี้ จะมีการการันตีผลตอบแทนที่เทียบเคียงกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี หากว่า นักลงทุนถือครองหน่วยลงทุนครบ 10 ปี จะได้รับคืนเงินต้น 100% โดยจะมีการจ่ายผลตอบแทนปีละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ผลตอบแทนการลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุนวายุภักษ์จะอยู่ในระดับที่เกินกว่า 3.5% หรือ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4% แต่ไม่รวมกำไรจากการขายหน่วยลงทุน (Capital Gain)

