หน้าแรก เศรษฐกิจ คลัง ชง ตั้ง ...

คลัง ชง ตั้ง NaCGA เข้าครม. พรุ่งนี้ หวังช่วยค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี คาดเริ่มดำเนินการได้กลางปี’68 

12.08.24 | 15:29 น.

คลัง จ่อชง ตั้ง NaCGA เข้าครม. พรุ่งนี้ หวังช่วยค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี คาดเริ่มดำเนินการได้กลางปี’68 


เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 ส.ค.นี้ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอจัดตั้ง National Credit Guarantee Agency (NaCGA) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการ Ignite Finance ตามนโยบายของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเงินระดับโลก ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา โดยขณะนี้แผนดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากสัปดาห์นี้เข้า ครม.ไม่ทัน ก็อาจจะเลื่อนออกไปอีกราว 2 สัปดาห์

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า สำหรับการจัดตั้งที่จะนำเสนอ ครม.นั้น จะให้ ครม.เรื่องหลักการของการจัดตั้ง NaCGA โดยจะมีการระบุหน้าที่ของ NaCGA รูปแบบของหน่วยงานนี้ รวมถึงแนวทางการอุดหนุนของภาครัฐต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่จะเข้ามาขอให้ NaCGA ค้ำประกันสินเชื่อให้ ซึ่งหาก ครม.อนุมัติในหลักการการจัดตั้ง NaCGA แล้ว กระทรวงการคลังก็จะกลับไปยกเป็นร่างกฎหมายในการจัดตั้ง NaCGA ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้เตรียมยกร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาแล้ว โดยการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย คาดว่าตัวกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ได้ราวกลางปีหน้า

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า เมื่อมีการจัดตั้ง NaCGA แล้ว ตัวบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐในการค้ำประกันสินเชื่อให้แก่เอสเอ็มอี ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม และจะทำงานคู่ขนานไปกับ NaCGA แต่วิธีการทำงานและแนวทางการค้ำประกันจะแตกต่างกัน กล่าวคือ ระบบปัจจุบันที่ใช้ บสย.ในการค้ำประกันสินเชื่อนั้น สถาบันการเงินที่เป็นคนปล่อยสินเชื่อให้แก่เอสเอ็มอี จะเป็นคนประเมินความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละรายด้วยตัวเอง หากเห็นว่ามีความเสี่ยงมาก ก็จะส่งมาให้ บสย.ช่วยค้ำประกัน และหาก บสย.ค้ำประกัน สถาบันการเงินก็จะปล่อยสินเชื่อให้แก่ เอสเอ็มอีรายนั้น

Advertisement

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า แต่ในกรณีของ NaCGA นั้น ตัว NaCGA จะทำตัวเป็นเหมือนบริษัทประกัน แต่เป็นการประกันความเสี่ยงด้านการเงิน และจะเป็นคนประเมินความเสี่ยงของเอสเอ็มอีแต่ละรายด้วยตัวเอง แล้วออกหนังสือสัญญาค้ำประกันให้แก่เอสเอ็มอี โดยตัวเอสเอ็มอี สามารถนำหนังสือรับรองฉบับนี้ ไปที่สถาบันการเงิน เพื่อให้เป็นหนังสือค้ำประกันเงินกู้ได้

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า นอกจากนี้ แนวทางการค้ำประกันสินเชื่อระหว่าง บสย.กับ NaCGA มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ บสย.ค้ำประกันแบบเป็นพอร์ตรวม ในสัดส่วนไม่เกิน 30% ของสินเชื่อในพอร์ต ที่มีการค้ำประกัน แต่กรณีของ NaCGA เป็นการค้ำประกันแบบรายบุคคล หรือตาม Risk Base Pricing ซึ่งแนวทางนี้จะเป็นภาระต่องบประมาณของรัฐต่ำกว่าแบบ Portfolio Guarantee Scheme (PGS)

“การค้ำประกันโดย NaCGA คล้ายกับการทำประกันภัยรถยนต์ ที่เบี้ยประกันขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละบุคคลว่ามีพฤติกรรมการขับรถยนต์ที่มีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด หากเสี่ยงมาก ค่าเบี้ยประกันก็จะสูงหากเสี่ยงต่ำ ค่าเบี้ยประกันก็จะต่ำ ตัวอย่างเช่น หากเอสเอ็มอี รายใดต้องการให้ NaCGA ค้ำประกันสินเชื่อให้ทั้ง 100% ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันก็อาจจะสูงขึ้น กว่าการให้ NaCGA ค้ำประกันที่ 70-80% ของวงเงินสินเชื่อ” นายเผ่าภูมิกล่าว

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันของ NaCGA จะไม่สูงจนเกินไป เนื่องจากมีภาครัฐเข้ามาช่วยอุดหนุนค่าธรรมเนียมการค้ำประกันส่วนหนึ่งให้แก่เอสเอ็มอีและอีกส่วนหนึ่งที่เอสเอ็มอีต้องจ่ายเองตามความเสี่ยง