หน้าแรก เศรษฐกิจ ราคาทองคำไทยร...

ราคาทองคำไทยร้อนแรง แต่วิ่งไม่ทันทองโลก หลังบาทอ่อนค่าผลจากการเมืองไม่นิ่ง

14.08.24 | 06:54 น.

ราคาทองคำไทยร้อนแรง แต่วิ่งไม่ทันทองโลก หลังบาทอ่อนค่าผลจากการเมืองไม่นิ่ง

นางสาวศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทฮั่ว เซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดทองคำโลกและทองคำไทยกลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยราคาทองคำสปอตปรับขึ้นไปทดสอบที่ระดับ 2,477 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งระดับสูงสุดที่เคยทำไว้เดิม อยู่ที่ 2,483 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ในช่วงเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา สะท้อนถึงการปรับตัวขึ้นใกล้ระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หรือออลไทม์ไฮแล้ว ส่วนทองคำไทยยังติดปัจจัยรบกวนทำให้ราคาปรับขึ้นไปสูงไม่ทันทองคำโลก เพราะค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 35.17 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้มองว่าราคาทองคำไทยอาจวิ่งไม่ถึงระดับสูงสุดที่เคยทำไว้ในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ในระดับ 42,000 บาทต่อบาททองคำ


“ปัจจัยเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ถือเป็นตัวแปรสำคัญของราคาทองคำ เนื่องจากทุกการปรับขึ้นลงของค่าเงินบาทในช่วง 1 บาท มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาทองคำประมาณ 1,000 บาทต่อบาททองคำ อาทิ หากแข็งค่าขึ้น 1 บาท จะดันให้ราคาทองคำไทยปรับลดลง 1,000 บาทต่อบาททองคำ เหมือนภาพในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าขึ้นไปประมาณ 37 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้ราคาทองคำไทยสูงขึ้นทันราคาทองคำโลก” นางสาวศิริลักษณ์ กล่าว

นางสาวศิริลักษณ์ กล่าวว่า สาเหตุการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำโลก มาจากความกังวลสถานการณ์ความเสี่ยงของสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งกลับมากังวลมากขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทองคำยังไม่ได้ตอบรับความกังวล เพราะยังไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นจริง เหมือนช่วงเดือนพฤษภาคม ที่มีความกังวลว่าจะเปิดศึกทำสงครามใหญ่ระหว่างกันอีกครั้ง โดยเฉพาะการยิงขีปนาวุธใส่กัน แต่ภาพไม่ได้มีการตอบโต้ระหว่างกัน ทำให้ราคาทองคำไม่ได้ตอบรับในการปรับตัวขึ้น ซึ่งครั้งนี้หากไม่มีการตอบโต้กันจริงราคาทองคำก็จะไม่ปรับขึ้นกว่านี้ แต่หากมีการตอบโต้จริง จะดันให้ราคาทองคำปรับขึ้นอีกประมาณ 200-250 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ประเมินจากสงครามรัสเซียและยูเครนที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้

นางสาวศิริลักษณ์ กล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำ ได้แก่ 1.ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่หากไม่มีความรุนแรงมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยสุดท้ายที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวราคาทองคำ 2.แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ที่จะมีการปรับลดในช่วงที่เหลือของปีนี้ และ 3.การเลือกตั้งสหรัฐ ที่จะเป็นผู้นำคนใดเข้ามา เนื่องจากมีผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายของสหรัฐ อาทิ หากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ จะดันให้ราคาทองคำปรับขึ้นแน่นอน ส่วนปัจจัยความกังวลในประเทศ อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมือง หรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ทำให้มีผลทางอ้อมต่อราคาทองคำที่จะปรับสูงขึ้นหรือลดลงตามราคาทองคำโลก

Advertisement