หน้าแรก เศรษฐกิจ เศรษฐา พ้นนาย...

เศรษฐา พ้นนายก ฉุดหุ้นไทยติดลบ 5 จุด-ทรีนิตี้ หวั่นสุญญากาศการเมืองลากยาว ดัชนีเสี่ยงหลุด 1270 จุด

14.08.24 | 17:52 น.

เศรษฐา พ้นนายก ฉุดหุ้นไทยติดลบ 5 จุด-ทรีนิตี้ หวั่นสุญญากาศการเมืองลากยาว ดัชนีเสี่ยงหลุด 1270 จุด แจกเงินดิจิทัลชะงัก แนะเลี่ยงหุ้นค้าปลีก

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์วันนี้ว่า วันนี้หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกสลับลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,298.67 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,292.69 จุด ปรับลดลง 5.10 จุด หรือลบ 0.39% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,306.88 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,280.99 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 53,352.88 ล้านบาท

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดการเป็นนายกฯ ด้วยมติเสียง 5 : 4 ทำให้ตลาดหุ้นไทยตอบรับด้วยการวิ่งลง หลังจากเคลื่อนไหวในกรอบแคบต่อเนื่องตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวลงหากรอบระดับ 1,250-1,270 จุด (อิงสถิติการเมืองในอดีต) ซึ่งหุ้นกลุ่ม Global Play หรือ REIT จะเด่นกว่า Domestic Play เพราะเกิดสุญญากาศทางการเมือง

นายณัฐพลกล่าวว่า การเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้น ประเมินในรายตัว มีหุ้นที่ราคาปรับขึ้นโดดเด่นหลังศาลตัดสินคุณเศรษฐาพ้นตำแหน่งนายกฯ คาดว่าตลาดเก็งกำไรกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีโอกาสเป็นนายกฯ และหุ้นที่ราคาปรับขึ้นจากการรายงานผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาดเติบโต เทียบกับทั้งรายไตรมาสและรายปี รวมถึงหุ้นที่ปรับลดลง หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้นายเศรษฐาพ้นตำแหน่งนายกฯ ซึ่งส่งผลต่อหุ้นที่มีผลประโยชน์ต่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่มีโอกาสไม่ได้ไปต่อหรือล่าช้า อาทิ ซีพีออลล์ หรือหุ้นที่ผลประกอบการออกมาต่ำกว่าคาด ตามอุปสงค์ที่ชะลอตัวและอัตราปฏิเสธสินเชื่อที่สูงขึ้น อาทิ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 40 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนญมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) ส่งผลให้ นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 และ ครม.พ้นไปทั้งคณะ

Advertisement

ทรีนิตี้หวั่นสุญญากาศการเมืองลากหุ้นหลุด 1,270 จุด

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัดกล่าวว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสภาพ ทำให้นายกฯหลุดจากตำแหน่งไปพร้อมๆ กับคณะรัฐมนตรีทั้งหมด ขั้นตอนหลังจากนี้คือ สภามีหน้าที่ที่จะต้องลงคะแนนเสียงเลือกนายกฯ จากบัญชีแคนดิเดตที่เหลืออยู่ อาทิ คุณแพทองธาร ชินวัตร คุณชัยเกษม นิติสิริ จากพรรคเพื่อไทย หรือคุณอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ประเมินผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย มองเป็น Negative surprise ที่เกิดขึ้นในตลาด คงจะต้องมาดูว่าการรวมคะแนนเสียงเพื่อเลือกนายกฯคนถัดไป พร้อมกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะกินเวลายาวนานแค่ไหน หากเกิดขึ้นได้เร็วภายในไตรมาสที่ 3 นี้ เชื่อว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยคงจะมีไม่มากนัก แต่หากสถานการณ์มีความยืดเยื้อจนกระทั่งเกิดสุญญากาศทางการเมืองไปถึงไตรมาสที่ 4 ประเมินตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเผชิญกับภาวะ Political risk premium ที่สูงขึ้นได้

หากออกมาในรูปแบบนี้ มีโอกาสที่คาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนต่างๆ จะถูกปรับลงอีกระลอกหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่อิงกับ Domestic demand ซึ่งจะถูกบั่นทอนจาก ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง การชะลอการลงทุนของภาคธุรกิจ และการเบิกจ่ายภาครัฐที่ล่าช้าออกไป ไม่นับรวมกับสายตาของนักลงทุนต่างชาติที่เบื่อหน่ายกับภาพการเมืองไทยที่มักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

ในกรณีนี้ เราอาจจำเป็นต้องปรับลดสมมุติฐาน EPS ของตลาดลง จนกระทบกับระดับดัชนี SET ที่เหมาะสม ซึ่งหมายถึงระดับแนวรับสำคัญที่ 1,270 จุด ก็จะถูกกดต่ำลงมาโดยอัตโนมัติ และอาจต้องระวังกลุ่มค้าปลีกที่มีโอกาสได้รับ Sentiment เชิงลบจากความคาดหวังมาตรการ Digital Wallet ที่น้อยลง