หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดกฎเหล็กคุ...

เปิดกฎเหล็กคุมไซยาไนด์ หลังใช้ผิดวัตถุประสงค์ นอกเหนืออุตฯ

14.08.24 | 22:36 น.

เปิดกฎเหล็กคุมไซยาไนด์ หลังใช้ผิดวัตถุประสงค์ นอกเหนืออุตฯ

นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยถึงการควบคุมสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ (potassium cyanide) ว่า สารดังกล่าวมีลักษณะเป็นของแข็ง ก้อนผลึก หรือผงสีขาว เมื่อเป็นของเหลวจะใสไม่มีสี กลิ่นคล้ายแอลมอนต์ เมื่อเจอกับความร้อนจะทำให้เกิดก๊าซพิษ หากได้รับเข้าสู่ร่างกายจะรบกวน การทำงานของอวัยวะภายใน จนเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยมีการนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมชุบโลหะ และในห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ เช่น การนำไปทดสอบหาค่าความกระด้างของน้ำ เป็นต้น

ทั้งนี้ สารโพแทสเซียมไซยาไนด์ ที่จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับผิดชอบ ซึ่งผู้ประกอบการที่ประสงค์จะนำเข้า และผลิต จะต้องขอขึ้นทะเบียนพร้อมแจ้งวัตถุประสงค์การนำไปใช้ที่ชัดเจน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และจะต้องได้รับอนุญาตก่อนการดำเนินการ โดยการนำไปใช้ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่ระบุในการที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น ทั้งนี้ สถานที่เก็บรักษาโพแทสเซียมไซยาไนด์จะต้องได้รับการตรวจสอบประกอบการพิจารณาอนุญาตทุกครั้ง เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เหมาะสม เป็นไปตามกฎหมายและหลักวิชาการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ยังมีการตรวจติดตามเป็นประจำทุกปี เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบุคคล ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง ผู้ที่มีโพแทสเซียมไซยาไนด์ในความครอบครองตั้งแต่ 100 กิโลกรัมขึ้นไป ในรอบ 6 เดือน มีหน้าที่ต้องรายงานข้อเท็จจริงของการนำเข้า ปริมาณคงเหลือ การจำหน่าย เพื่อให้สามารถติดตามตรวจสอบไปจนถึงผู้ใช้ได้กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

จากเหตุการณ์ที่มีการนำโพแทสเซียมไซยาไนด์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยพบการจำหน่ายในแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสารดังกล่าวได้ และนำไปใช้ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีดำเนินการ ดังนี้

1. กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อควบคุมมิให้มีการนำโพแทสเซียมไซยาไนด์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ตามกลุ่ม ผู้ได้รับอนุญาตนำเข้า โดยกำหนดให้ต้องมีข้อมูลผู้จำหน่าย (Trader) และผู้ใช้ (End User) ประกอบการพิจารณาอนุญาต และกำหนดอายุใบอนุญาตไม่เกิน 1 ปี รวมทั้งต้องแจ้งข้อมูลผู้ใช้ (End User) วัตถุประสงค์การใช้ ประกอบการแจ้งนำเข้าก่อนนำของออกจากด่านศุลกากร และต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงปริมาณการครอบครองวัตถุอันตรายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

Advertisement

2. จัดทำระบบรายงานข้อมูลสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ เพื่อรองรับรายงานการเปลี่ยนแปลงปริมาณการครอบครองวัตถุอันตรายทันที และรายงานการเปลี่ยนแปลงปริมาณการครอบครองทุกปริมาณ ทุก 3 เดือน

3. จัดทำหนังสือขอความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กำหนดมิให้มีการโฆษณาและจำหน่ายสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ และสารโซเดียมไซยาไนด์ ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำขนาดใหญ่ที่มีการซื้อขายสินค้าจำนวนมากด้วย

4. จัดทำร่างประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการโฆษณาวัตถุอันตราย ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมเห็นชอบ พ.ศ. …. โดยกำหนดห้ามมิให้ทำการโฆษณาวัตถุอันตราย โดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์สื่อสังคมออนไลน์ หรือสื่อโฆษณาอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับสื่ออิเล็กทรอนิกส์

5. ส่งเจ้าหน้าที่ไปร้องทุกข์ เพื่อให้ดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ตามข้อมูลการรายงานการสืบสวนสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566 ซึ่งพบว่ามีผู้กระทำความผิดตามมาตรา 45 (4) อันมีโทษตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 31 ราย

ทั้งนี้ ภายหลังดำเนินการดังกล่าวข้างต้น ยังปรากฏข้อมูลการโฆษณาจำหน่ายสารประกอบไซยาไนด์ชนิดอื่น ๆ เช่นโกลด์โพแทสเซียมไซยาไนด์ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งวัตถุอันตรายจำพวกสารประกอบไซยาไนด์ทุกชนิดเป็นสารพิษที่มีความรุนแรงสูง ออกฤทธิ์ได้เร็วโดยหากได้รับในขนาดที่เพียงพอจะทำให้เสียชีวิตเฉียบพลัน ในลักษณะเดียวกับโพแทสเซียมไซยาไนด์ และโซเดียมไซยาไนด์ ดังนั้น เพื่อคุ้มครองความปลอดภัย ป้องกันประชาชนทั่วไปเข้าถึงวัตถุอันตรายดังกล่าว และมีการนำไปใช้ ผิดวัตถุประสงค์ กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงได้มีการดำเนินการเพื่อควบคุมวัตถุอันตรายจำพวกสารประกอบไซยาไนด์ ดังนี้

1. จัดทำหนังสือถึงผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตรายจำพวกสารประกอบไซยาไนด์ และ มีการนำเข้าสารดังกล่าวในปี พ.ศ. 2565 – 2566 จำนวน 37 ราย เพื่อควบคุมการจำหน่ายและการใช้สารประกอบไซยาไนด์ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งหรือระบุในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย

2. จัดทำหนังสือขอความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กำหนดมิให้มีการโฆษณาและจำหน่ายวัตถุอันตรายจำพวกสารประกอบไซยาไนด์เพิ่มเติม จำนวน 13 รายการ เช่น โกลด์ โพแทสเซียมไซยาไนด์ ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ

3. จัดทำร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เพื่อปรับปรุงการจัดชนิดวัตถุอันตรายในกลุ่มสารประกอบไซยาไนด์ จำนวน 6 รายการ จากเดิมที่มีการควบคุมเป็นวัตถุอันตราย ชนิดที่ 1 ให้ยกระดับเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3

4. จัดทำร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การให้แจ้งข้อเท็จจริงของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ (ฉบับที่ …) พ.ศ. …. เพื่อกำกับดูแลการใช้ประกอบไซยาไนด์ที่เป็นวัตถุอันตราย จำนวนทั้งสิ้น 16 รายการ อย่างเข้มงวดและสามารถติดตามการใช้งานได้จนถึงผู้ใช้รายย่อย โดยกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองสารประกอบไซยาไนด์ดังกล่าวข้างต้น ที่มีหรือเคยมีอยู่ในความครอบครองทุกปริมาณ ต้องแจ้งข้อเท็จจริงระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน หรือระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม ตามแบบ วอ./อก.7

“กรมโรงงานอุตสาหกรรม มุ่งมั่นที่จะป้องกันมิให้มีการนำวัตถุอันตรายไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยการ เพิ่มการควบคุมกำกับดูแลการใช้อย่างเข้มงวด ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการนำไปใช้ในด้านการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เพื่อประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศไทย”นายจุลพงษ์กล่าว