หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดประมูลคลื...

เปิดประมูลคลื่น 2600 MHz ปลายปี 2560(คลิป)

23.02.17 | 14:15 น.

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวในงานเสวนา “ก้าวที่ 40 มติชน ก้าวคู่ประเทศไทย 4.0” จัดโดยเครือมติชน ว่า ในปี 2560 บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เตรียมคืนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิร์ต ให้กสทช. เพื่อนำคลื่นดังกล่าวออกประมูล จำนวน 90 เมกะเฮิร์ต ซึ่งเมื่อประมูล จะแบ่งได้ 3 – 4 ใบอนุญาต ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมาย และเมื่อผ่านกระบวนการต่าง ๆ คาดจะสามารถเปิดประมูลได้ประมาณเดือนธันวาคม 2560

ส่วนในปี 2561 กสทช. เตรียมแผนจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ และ คลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนที่สัญญาสัมปทานปัจจุบันของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ ดีแทค จะสิ้นสุดลง ในเดือนกันยายน 2561

นอกจากนี้ ในปี 2563 กสทช. ยังมีแผนจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งหากเป็นไปตามแผน จะทำให้ประเทศไทยมีคลื่นความถี่ใช้ในเชิงพาณิชย์รวมทั้งสิ้น 800 เมกะเฮิรตซ์ จากปัจจุบันมีเพียง 380 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจากมาตรฐานของไอทียู จำนวนน้อยที่สุดที่ควรจะเป็นของการใช้คลื่นความถี่เพื่อการพาณิชย์ อยู่ที่ 700 เมกะเฮิรตซ์

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า 40% ของประชากรยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงมาก โดย 67% ในกลุ่มนี้ใช้ไม่เป็น , 31% บอกว่าไม่จำเป็นสำหรับพวกเขา , และ 2% ไม่มีอุปกรณ์ สะท้อนว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตน้อยอยู่

นอกจากนี้ จากดัชนี Network Readiness Index จัดทำโดย World Economic Forum ซึ่งเป็นดัชนีที่วัดความพร้อมในการใช้ประโยชน์และโอกาสจากเทคโนโลยี ซึ่งสิงคโปร์รังอันดับ 1 ของโลก ขณะที่มาเลเซียอยู่อันดับ 31 มีระดับการพัฒนามากที่สุด ในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ของเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน, เกาหลี,สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, เวียดนาม รวมถึงไทย ที่อยู่อันดับที่ 62 จากทั้งหมด 139 ประเทศ โดยคะแนนในส่วนกฎหมายและผลกระทบทางเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศรอบข้าง

Advertisement

ในส่วนอุปสรรคที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจยุคดิจิทัลของไทย ส่วนหนึ่งมองว่ามาจากการใช้งานคลื่นความถี่ ซึ่งไทยมีอุปสงค์สูงมาก ฉะนั้นจึงต้องมีการจัดการอุปสงค์เหล่านี้ โดยในประเทศอื่น ๆ ได้มีโรดแมพการจัดสรรคลื่นความถี่ระยะยาวไปถึงปี 2564 แล้ว แต่ไทยยังไม่มี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการก้าวเข้าสู่ประเทศไทย 4.0

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า อุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั่วโลกในปี 2560 คาดว่าจะเติบโต 3-4% , ด้านอุปกรณ์สื่อสารคาดว่าจะเติบโต 10% , และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะเติบโต 15% โดยในส่วนอุปกรณ์สื่อสาร จะขยายขอบเขตไปยังอุปกรณ์อื่นมากขึ้น อาทิ สมาร์ทวอทช์ เพิ่มเติมจากอุปกรณ์เดิมอย่างแท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ พีซี หรือกล่าวได้ว่าหลังจากปีนี้เป็นต้นไป โลกจะก้าวเข้าสู่ยุค Internet of Things นับจากปัจจุบันถึงปี 2563 จะเป็นยุค 4จี ให้ความสำคัญกับความเร็วของอินเทอร์เน็ต และหลังจากปี 2563 จะเข้าสู่ยุค 5จี หรือคอมเมอเชียลไลฟ์ อุตสาหกรรมดิจิทัล ที่โทรคมนาคมจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับทุกอุตสาหกรรม ดังนั้นบทบาทของดิจิทัลหลังจากนี้ จะแปรเป็นสมการได้ว่าดิจิทัลเท่ากับโอกาส

สำหรับทิศทางของเอไอเอสหลังจากนี้ จะรองรับการให้บริการด้านดิจิทัลในแบบ digital platform โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.digital transformation ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง มีความเร็วสูงในระดับกิกะไบต์ และ 2.การสร้างเน็ตเวิร์คให้กับสตาร์ตอัพ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้มีธุรกิจใหม่เกิดขึ้นได้จริงและรวดเร็ว สามารถสร้างเครือข่ายไปยังฐานลูกค้ากว่า 41 ล้านเลขหมาย โดยอุตสาหกรรมแต่ละประเภทจะใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลของเอไอเอส เพื่อกระจายสินค้าและบริการไปทั่วประเทศ