นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2567 นี้ภาพรวมธุรกิจการบินในไทยฟื้นตัว และแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะภายหลังจากรัฐบาลได้มีมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา(วีซ่าฟรี) ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศคึกคักมากขึ้น โดยยอดผู้โดยสารจากประเทศต่างๆ เริ่มกลับมาเท่ากับปกติช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แล้ว ยกเว้นชาวจีนที่ยังเดินทางน้อยอยู่ แต่เชื่อว่าแนวโน้มจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ครึ่งปีแรกของปี 67 เส้นทางระหว่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสด คือเส้นทางไปยังประเทศเวียดนามซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้โดยสาร อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ-ดานัง ที่เปิดให้บริการวันละ 3 เที่ยวบินสูงสุดในตลาด และกรุงเทพฯ-ฟูโกว๊ก 1 เที่ยวบินต่อวัน โดยตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.67 จะเพิ่มความถี่เป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน

นายวรเนติ กล่าวว่า สำหรับแผนครึ่งปีหลังปี ในช่วงไตรมาส 4 ทางสายการบินไทย เวียตเจ็ท แอร์ จะเช่าเครื่องบินแอร์บัส A320 จำนวน 2 ลำเข้าประจำฝูงบินเพิ่มเติมจากเดิมปัจจุบันที่มีอยู่ 18 ลำ ในช่วงปลายปี 67 โดยนำมาเสริมทัพให้บริการเส้นทางภายในประเทศ และในปี 68 มีแผนจะนำเครื่องบินใหม่ โบอิ้ง 737 MAX ประมาณ 9-12 ลำ ทยอยรับเครื่องตั้งแต่เดือน มี.ค.68 จนครบภายในปี 68 โดยจะเน้นทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศ โดยจะเปิดให้บริการจุดบินใหม่ในญี่ปุ่น อินเดีย และประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม

นอกจากนี้ นายวรเนติ กล่าวว่า ครึ่งปีแรก สายการบินไทย เวียตเจ็ท แอร์ มียอดขนส่งผู้โดยสารแล้ว 3.5-3.6 ล้านคน โดยตั้งเป้าหมายว่าสิ้นปี 67 ขนส่งผู้โดยสาร 7-8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% จากปี 66
อย่างไรก็ตามขณะนี้ทุกสายการบินทั่วโลกประสบปัญหาขาดแคลนเครื่องบิน หาเครื่องบินไม่ได้ เราจึงต้องเพิ่มอัตราการใช้เครื่องบินให้มากขึ้น จากเดิม 10 ชั่วโมง(ชม.)ต่อลำต่อวัน เป็น 12.5 ชม.ต่อลำต่อวัน ทำการบินได้เพิ่มขึ้น 25% นอกจากนี้ยังเน้นมาตรฐานซ่อมบำรุง
ทั้งนี้ นายวรเนติ เผยว่า ที่ผ่านมาทางสายการบินยอมรับว่ามีปัญหาเครื่องบินเสียพร้อมกันหลายลำ รวมทั้งงานบริการภาคพื้นขาดบุคลากร จึงทำให้เกิดปัญหาเที่ยวบินล่าช้า(ดีเลย์) บ่อยครั้ง แต่ปัจจุบันปัญหาเหล่านี้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า เที่ยวบินดีเลย์ลดลงเยอะ โดยช่วงไตรมาสที่ 2 (เม.ย.-มิ.ย.67) ให้บริการเที่ยวบินตรงเวลา(On-Time) ประมาณ 85%

