นางกมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิเอราวัณกรุ๊ป จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า แผนดำเนินธุรกิจปี 2560 บริษัทเตรียมทุ่มงบกว่า 2.2 พันล้านบาท ขยายการลงทุนธุรกิจโรงแรมตั้งแต่ระดับกลางจนถึงโรงแรมราคาประหยัด โดยเฉพาะในกลุ่มแบรนด์ฮ็อป อินน์ โรงแรมราคาประหยัด 550-650 บาท ที่แบ่งงบในสัดส่วน 26% ลงทุนก่อสร้างรวมกว่า 12 แห่งทั่วประเทศ หลังบริษัทพบว่าช่วงที่ผ่านมาคนไทยนิยมใช้บริการมากขึ้น โดยปี 2558 มีอัตราการเข้าพักสูงถึง 70% เบื้องต้นสามารถเปิดให้บริการได้ในปีนี้ 8 โรงแรม รวม 624 ห้อง ช่วยสนับสนุนรายได้ของโรงแรมในเครือเอราวัณเติบโต 10% จากปีก่อน ขณะเดียวกัน เตรียมเปิดโรงแรมแบรนด์ฮ็อปอินน์ในประเทศฟิลิปปินส์ จำนวน 144 ห้อง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายแผนมาสเตอร์แพลนระหว่างปี 2558-2563
“แผนมาสเตอร์แพลนระหว่างปี 2558-2563 ของบริษัท ตั้งเป้าหมายจะมีโรงแรมฮ็อปอินน์ในฟิลิปปินส์ 20 แห่ง เบื้องต้นทำเลในฟิลิปปินส์จะเน้นไปตามเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยว เมืองการศึกษา สนามบิน เมืองอุตสาหกรรม เช่น อาเซียนน่า อาลาบัง เกซอนซิตี้ เป็นต้น ทั้งนี้ โรงแรมฮ็อปอินน์ถือว่ามีกลุ่มลูกค้าชัดเจน คือ กลุ่มองค์กรบริษัทถึง 65% กลุ่มครอบครัวประมาณ 21% และอื่นๆ อีก ประมาณ 10% ซึ่งแผนการขยายพื้นที่จังหวัดต่างๆ ปีนี้ จะได้เห็นในทำเลชัดเจน เช่น แม่สอด ลำปาง กาญจนบุรี เชียงราย นครสวรรค์ เป็นต้น ส่วนในทำเลกรุงเทพ ส่วนใหญ่อยู่ตามย่านเมืองหลักรอบนอก เช่น บางนา ลาดกระบัง แจ้งวัฒนะ โดยตามแผนการเปิดฮ็อปอินน์ บางพื้นที่บริษัทจะลงทุนพัฒนาอาคารพาณิชย์ เพื่อขายด้วยเนื่องจากในตลาดต่างจังหวัดธุรกิจอาคารพาณิชย์เติบโต โดยปีที่ผ่านมามีกำไรจากธุรกิจอาคารพาณิชย์ 21 ล้านบาท”นางกมลวรรณ กล่าว
นางกมลลวรรณ กล่าวว่า สำหรับแผนการลงทุนพัฒนาโรงแรมในกรุงเทพระดับ3-4 ดาว 2แห่งในปีนี้ ได้แก่ ทำเลสุขุมวิทซอย 4 และซอยสุขุมวิท 24 โดยจะเน้นปรับรูปแบบให้เป็นโรงแรม 2 แบรนด์ในโรงแรมเดียว คือทำเลสุขุมวิท4 เป็นแบรนด์ โนโวเทลและไอบิส กับทำเลสุขุมวิท24 เป็นแบรนด์ เมอร์เคียวและไอบิส เหตุผลหลักเนื่องจากราคาที่ดินสูงขึ้นจึงต้องการเพิ่มห้องพักให้ได้มากขึ้นด้วย และหากจะเจาะกลุ่มเพียงตลาดเดียวอาจจะไม่คุ้มค่า เพราะมีห้องเหลืออยู่ อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมโรงแรมเอราวัณในปี 2563 คาดว่าจะมีโรงแรมทั้งหมด 90 โรงแรม จำนวนรวม 1 หมื่นห้อง

