23 ส.ค. พณ. ระดมสมอง 12 หน่วยงาน สกัดทุนจีน ไล่บี้ ธุรกิจบริการ-โลจิสติกส์ไทย ดันดีอีใช้กม.ล้อมกรอบ
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการหาแนวทางในการดูแลและป้องกันปัญหาผลกระทบเกิดจากต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในไทย และใช้กลยุทธ์บริหารจัดการแบบครบวงจร ทั้งการนำเข้าสินค้าราคาต่ำ เปิดแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้า และลงทุนด้านระบบคลังสินค้าและกระจายสินค้าเอง โดยเฉพาะทุนจีนนั้น ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้เชิญธุรกิจภาคบริการและธุรกิจด้านโลจิสติกส์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน มาประชุมหารือ ประมาณ 12 หน่วยงาน เพื่อรับฟังสถานการณ์ ปัญหา ข้อเสนอแนะแนวทางในการดูแลป้องกันในระยะสั้น กลางและยาว
ทั้งนี้ ในเบื้องต้น มาตรการเร่งด่วนที่จะหยิบยกขึ้นหารือกันในครั้งนี้ คือ เสนอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ใช้อำนาจออกมาตรการตามกฎหมายที่มีอยู่ ในการกำหนดกรอบการทำธุรกิจแพลตฟอร์มของต่างชาติ และกำหนดควบคู่ไปกับหน่วยงานที่ดูแลคุณภาพ และความปลอดภัยของส่วนผสมหรือส่วนประกอบของสินค้า รวมถึงดูถึงการตั้งราคาขาย จากนั้นค่อยกำหนดลงรายละเอียดในเรื่องอัตราภาษีนำเข้าสินค้าต่างชาติ และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี
“ความกังวลต่อการเข้ามาดั๊มราคาสินค้าในประเทศของทุนต่างชาติ และกำลังเข้ามาขยายเปิดเป็นเจ้าของธุรกิจเองในไทย แทนการว่าจ้างหรือผลิตในประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่จะเข้ามาดูแลกระทรวงพาณิชย์ ปัญหาการขยายตัวของสินค้าราคาต่ำและการเข้ามาดั๊มธุรกิจในประเทศไทย จะเป็นปัญหาที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ซึ่งอาจไม่ใช่แค่จีน แต่หลายประเทศในเอเชีย ก็เห็นถึงช่องว่างในการเข้าตลาดไทย และเป็นทางผ่านเข้าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนต่อไป ในการประชุมก็ต้องเริ่มจากล้อมกรอบให้ต่างชาติได้รู้ว่าอะไรไม่อาจทำได้ การจะใช้มาตรการตอบโต้ ห้ามโน่นห้ามนี่ ในการค้าเสรีอย่างปัจจุบัน เลยจุดนี้ไปแล้ว ตอนนี้ต้องเริ่มจากการบังคับใช้กฎหมายที่ทุกหน่วยงานมีนั้น สามารถมีอะไรที่ออกมาบังคับใช้และกฎหมายใดที่ต้องเพิ่มเติม ซึ่งในด้านแพลตฟอร์ม ออนไลน์ต่างๆ ก็มีกฎหมายภายใต้กระทรวงดีอีดูแล เรื่องภาษีก็มีกระทรวงการคลังดูแล เรื่องมาตรฐานสินค้าก็มีกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข หรือมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีก็มีกระทรวงพาณิชย์ ระยะสั้นก็ต้องพิจารณาใช้มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (เซฟการ์ด) ได้แค่ไหน ส่วนมาตรการตอบโต้การทุ่ม (เอดี) และมาตรการตอบโต้การอุดหนุน ต้องใช้เวลาในการพิจารณาและเปิดไต่สวนข้อมูล มีการเปิดรับฟัง แก้ต่างๆ และออกประกาศหากต้องเก็บภาษีเพิ่มซึ่งก็จะใช้เวลาเป็นปี ” แหล่งข่าวกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยงานรัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ที่จะเข้าประชุมครั้งนี้ อาทิ กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตัวแทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย สมาคมชิปปิ้งแห่งประเทศไทย สมาคมค้าส่งค้าปลีก สมาคมธุรกิจด้านท่องเที่ยว ผู้ประกอบการเกี่ยวข้องด้านการศึกษา ด้านวิศวกรรมและสถาปนิก เป็นต้น ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ได้นัดหารือกับหน่วยงานภาครัฐและสมาคมการค้า ทั้งสภาหอการค้าไทยฯ สภาอุตสาหกรรมฯ ที่มีสมาชิกครบทุกแขนง ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็กลับไปทำข้อมูลและมีการลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาตามที่ได้มีการร้องเรียนก่อนหน้านี้ อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการทยอยเรียกตัวแทนสมาคมธุรกิจไทยเข้ารับฟังสถานการณ์แล้ว อาทิ เซรามิก เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า วัสดุก่อสร้าง ของใช้ส่วนบุคคล เป็นต้น
สำหรับมาตรการเร่งด่วน ที่จะหารือลงรายละเอียดและแนวทาง ตามข้อมูลว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) มีกฎหมายบังคับให้ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ทุกประเภทต้องมาจดแจ้งให้ทราบภายใต้ พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ.2565 มาตรา 18 วงเล็บ2และ 3 ที่สามารถดูแลครอบคลุม แพลตฟอร์มดิจิทัล และกำลังตรวจเช็กแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหม่ มีลูกค้าในไทยและมีการธุรกรรมทางทางการเงินออนไลน์ ผ่าน electronic transaction ในไทย แม้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไม่ได้ตั้งอยู่ในไทย แต่ดูในเรื่องบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลใด มีลักษณะเฉพาะ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคง ทางการเงินและการพาณิชย์ ความน่าเชื่อถือและยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือความเสียหาย อาจเกิดขึ้นต่อสาธารณชน และมีผลกระทบในระดับสูง อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจของแพลตฟอร์มรายนั้น สามารถใช้กฎหมายฉบับนี้ดูแลได้ รวมถึงมีการหยิบยกกรณีหลายประเทศนำสินค้าที่แพลตฟอร์มจีนไปตรวจสอบ หากพบว่า มีส่วนประกอบสินค้าที่อาจก่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ก็สามารถสั่งระงับการขายได้ เป็นต้น

