‘สศช.’ จ่อชงรบ.ใหม่ ‘แพคเกจ’ กระตุ้นศก. แนะแผน2ถ้าโละ ‘เป๋าดิจิทัล’ หอค้าหนุนแจกเงินสดคนจน หุ้นพุ่งขึ้น 20 จุดหลังได้นายกฯใหม่
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)กล่าวว่า สำหรับโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตนั้น ต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลชุดใหม่ ที่นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ว่าจะมีข้อสรุปอย่างไร ถ้าหากรัฐบาลจะไม่ดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตก็ควรมีมาตรการอื่นมาเพิ่มเติม เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ขณะนี้ยังพูดมากไม่ได้เพราะรัฐบาลใหม่ยังไม่ได้แถลงนโยบาย
โดยมาตรการดิจิทัลวอลเล็ตต้องดูว่าจะปรับเปลี่ยนแปลงแบบไหน ผมคิดว่าอย่างไรแล้วรัฐบาลคงต้องออกมาตรการอะไรสักอย่าง อย่างน้อย 1 มาตรการเพื่อช่วยภาคประชาชน ทั้งนี้ เรื่องของแนวทาง และมาตรการ ต้องดูทรัพยากรที่มี เครื่องมือ และโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจ เพื่อให้มาตรการที่จะออกมาทำงานได้รวดเร็ว และต้องดูช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วย ซึ่งต้องพูดคุยกันระหว่างหน่วยงานเศรษฐกิจ อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
นายดนุชา กล่าวว่า ส่วนการเปลี่ยนรัฐบาลนั้นไม่มีผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 แต่หากไม่ดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะมีผลต่อกระทบงบประมาณเพิ่มเติมกลางปี 2567 วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท และเงินงบประมาณปี 2568 ที่ตั้งไว้เพื่อดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องพูดคุยกันระดับนโยบายว่ารัฐบาลจะมีแนวนโยบายอย่างไร
‘สภาพัฒน์เตรียมพิจารณาจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเสนอรัฐบาล น.ส.แพทองธารเพื่อพิจารณา จากนี้จะนัดหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลังและ ธปท.ว่ามาตรการที่จะเสนอให้รัฐบาลใหม่นั้นจะมีมาตรการอะไร และช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจไทย’ นายดนุชากล่าว
ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาของการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)ใหม่โดยเร็ว ทำให้ประเทศไทยไม่เสียโอกาส โดยประชาชนยังคงให้ความสำคัญกับดิจิทัลวอลเล็ตว่าจะยังมีอยู่หรือไม่
ส่วนตัวเห็นว่าต้องรอคำตอบจากนายกฯก่อน แต่ถ้าหากรัฐบาลปรับเปลี่ยนดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินสด หอการค้าไทยยืนยันมาตั้งแต่ต้นหากจะแจกเงินให้กับประชาชน ต้องเลือกกลุ่มที่เปราะบางก่อน อาจใช้เงื่อนไขเดิม เติมเงินในเป๋าตังที่มีอยู่แล้ว ทำให้การแจกเงินออกมาทันภายในปี 2567 ประชาชนคงจะได้ประโยชน์จากการที่รัฐบาลแจกเงินให้ มีโอกาสจับจ่ายใช้สอย จะทำให้การหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,303.00 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,323.38 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 20.38 จุด หรือบวก 1.56% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,323.38 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,302.97 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 62,358.60 ล้านบาท
น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่องบวก หลังจากตลาดคลายความกังวลสุญญากาศทางการเมือง ประกอบกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้เผยตัวเลขจีดีพี ไตรมาส 2/2567 ออกมาโตได้ถึง 2.3% โดยการเมืองไทยในขณะนี้ถือว่าคลี่คลายลงแล้ว หลังได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่และมาจากพรรคเพื่อไทย ทำให้เกิดความคาดหวังว่า นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจยังคงดำเนินต่อไป

