ธุรกิจรายย่อย พ่าย ‘พิษศก.-สินค้าจีน’ แห่ขายโรงงาน ส่วนรร.ปิดดีลพุ่งรับเที่ยวฟื้น
แหล่งข่าวจากบริษัทนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากวิกฤตเศรษฐกิจที่ซบเซาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 ระบาด ทำให้ธุรกิจที่เป็นเอสเอ็มอีที่ไม่สามารถไปต่อได้ ประกอบกับในช่วงหลังมีสินค้าจากประเทศจีนเข้ามาตีตลาดและสู้กับรายใหญ่ไม่ไหว ก็เริ่มนำทรัพย์สินออกมาขายกันจำนวนมากในปัจจุบัน โดยตอนนี้ที่เริ่มเข้ามาสู่ตลาดมาก เป็นในส่วนของโรงงานต่างๆ เช่น โรงงานหลอมเหล็กที่จังหวัดปทุมธานี ขายกิจการพร้อมที่ดินขนาดกว่า 9 ไร่ ตั้งราคาขายกว่า 82 ล้านบาท ยังมีโรงงานผลิตเครื่องสำอางค์ โรงงานเครื่องจักรเกษตร เป็นต้น
แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีโรงแรมระดับ 3 ดาว ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพและเมืองท่องเที่ยว มีการซื้อขายกันอย่างคึกคัก เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว ทำให้การซื้อขายโรงแรมได้ราคาดีขึ้นถึง 20% และเจ้าของธุรกิจมีการเปลี่ยนใจนำมาขายในตลาด แต่มีโรงแรมในบางจังหวัดที่เป็นเมืองรอง การท่องเที่ยวยังไม่คึกคักมาก ราคาการซื้อขายยังคงถูกกว่าตลาด 20-30%
ล่าสุดทราบว่ามีโรงแรมแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว กำลังจะปิดดีลการขายในเร็วๆนี้ ถือว่าเป็นจังหวะดีของธุรกิจโรงแรม ซึ่งจะต่างจากในช่วงโควิดที่ธุรกิจโรงแรมจะได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเจ้าของที่ไม่มีเงินทุนและมีภาระหนี้ จะประกาศขายกิจการในราคาถูก
ก่อนหน้านี้ นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากอานิสงส์การท่องเที่ยวประเทศไทยที่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังโควิด-19 ทำให้ภาพรวมการซื้อขายโรงแรมในประเทศไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ที่ผ่านมา ยังคงคึกคัก มีจำนวน 4 แห่ง ประมาณ 789 ห้องพัก ด้วยมูลการซื้อขายกว่า 5,671 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สมุย และยังมีโรงแรมอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อขายอีกจำนวนมาก คาดว่าตลอดปีนี้จะมีมูลค่าการซื้อขายโรงแรมอยู่ที่ 15,000 ล้านบาท เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหญ่ ทั้งนักลงทุนชาวไทยและต่างชาติ ยังคงมองหาโรงแรม เพื่อซื้อเข้าพอร์ต และเตรียมปิดดีลภายในปีนี้เป็นจำนวนมาก ในพื้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย พัทยา เชียงใหม่ เป็นต้น โดยเป็นการซื้อนำมาปรับปรุงและเปิดบริการอีกครั้งในอนาคต

