หน้าแรก เศรษฐกิจ กยท. ผนึก THA...

กยท. ผนึก THAITEX ซื้อ ขายน้ำยางสด EUDR มุ่งสร้างเสถียรภาพ ยกระดับมาตรฐานยางพาราไทยสู่สากล

20.08.24 | 09:21 น.

นับเป็นก้าวสำคัญของภาคการเกษตรไทย เมื่อ การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. องค์กรชั้นนำระดับโลกในการบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ ได้ผสานความร่วมมือกับ บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THAITEX หนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกน้ำยางข้นธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ยางรายสำคัญของไทย ลงนาม MOU ความร่วมมือทางด้านธุรกิจ เกี่ยวกับซื้อ-ขายน้ำยางพาราสด EUDR ผ่านตลาดกลางฯ กยท. เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมี นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. และ นายภัทรพล วงศาสุทธิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ THAITEX เป็นผู้ลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้

นายสุขทัศน์ เผยถึงความสำคัญและบทบาทของ กยท. ในการร่วมมือทางด้านธุรกิจในครั้งนี้ว่า ถือเป็นการเดินหน้าขับเคลื่อนการซื้อขายน้ำยางสด EUDR อย่างเป็นรูปธรรม หลังจาก กยท. เริ่ม Kick Off เปิดตลาดซื้อขายน้ำยางสด EUDR ผ่านระบบ Thai Rubber Trade (TRT) ของ กยท. ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้ ได้ผสานความร่วมมือกับ THAITEX หนึ่งในผู้ผลิตและผู้ส่งออกน้ำยางข้นธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ยางรายสำคัญของไทย ในการซื้อขายน้ำยางสด EUDR

ซึ่ง กยท. จะรวบรวมน้ำยางสด EUDR จำนวน 5,000 ตันต่อเดือน จากจุดรวบรวมน้ำยางและกลุ่มสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ที่ขายผ่านระบบ TRT ส่งมอบให้กับบริษัทฯ โดย กยท. จะตรวจสอบข้อมูลแหล่งผลิตยาง และประเมินความเสี่ยงตามกฎระเบียบ EUDR ก่อนออกเอกสารข้อมูลการซื้อขายยางให้แก่ผู้ซื้อได้อย่างถูกต้องครบถ้วน


นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล

ขณะเดียวกัน การทำบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือทางด้านธุรกิจในครั้งนี้ ถือเป็นเป็นนิมิตหมายอันดีที่เป็นจุดเริ่มต้นในการซื้อขายน้ำยางสด EUDR อย่างเป็นรูปธรรม แสดงให้เห็นว่าน้ำยางสด EUDR เป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการและเป็นสินค้าที่มีตลาดรองรับ ทั้งยังช่วยสนับสนุนให้การบริหารจัดการผลผลิตยางกับความต้องการของผู้ใช้ยาง EUDR มีความสมดุล ทำให้ราคายางมีเสถียรภาพในระยะยาว 

Advertisement

“การร่วมมือกันในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้มีส่วนได้เสียด้านยางพารา สามารถมั่นใจได้ว่าผู้ซื้อและผู้ขายจะได้รับราคาที่เป็นธรรมอย่างแน่นอน ซึ่ง กยท. เตรียมขยายความร่วมมือการซื้อขายยาง EUDR ให้ครอบคลุมทุกประเภทกับบริษัทเอกชนอื่นต่อไปในอนาคต

“นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่บริษัทผู้ส่งออกยาง ทั้งในด้านปริมาณผลผลิต ที่สอดคล้องและเพียงพอกับความต้องการเพื่อแปรรูปในอุตสาหกรรมยาง และด้านความพร้อมในการบริหารจัดการข้อมูลยางของไทย ที่ยืนยันได้ว่าเป็นไปตามกฎระเบียบ EUDR สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ยางไปยังประเทศในสหภาพยุโรป ตลอดจนประเทศอื่นๆ ได้ทั่วโลก” นายสุขทัศน์ เน้นย้ำ


นายภัทรพล วงศาสุทธิกุล (ขวา)

ด้าน นายภัทรพล บอกถึงบทบาทของ THAITEX ต่อความร่วมมือในครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากกฎหมายข้อบังคับการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยางเข้าไปในประเทศในแถบโซนยุโรป ซึ่งกฎหมายดังกล่าวนั้น ได้สร้างปัญหาให้ผู้ประกอบการยางพาราในประเทศเป็นอย่างมาก จึงถือเป็นโอกาสดีที่ THAITEX ได้รับการสนับสนุนในการจัดหาวัตถุดิบจากทาง กยท. 

อีกทั้งปัจจุบันทาง THAITEX มีออร์เดอร์ผลิตภัณฑ์เข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณในการสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น บริษัทเราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กยท. จะสามารถจัดหาวัตถุดิบให้เพียงพอ และสอดคล้องกับปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในอนาคตต่อไป

“THAITEX และ กยท. มีเจตนาร่วมกันในการพัฒนาตลาดกลางน้ำยางสด EUDR โดยจะส่งเสริมให้มีการซื้อขายผ่านระบบ TRT ของ กยท. ด้วยวิธีตกลงราคา โดยใช้ราคาปิดตลาดน้ำยางสดของ กยท. บวกด้วยอัตราค่าพรีเมียมตามระยะทางและตามปริมาณ หรือตามที่ตกลงกันหากมีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ยางพารา โดย THAITEX จะเป็นผู้ตรวจสอบสมบัติยางตามเกณฑ์มาตรฐานของบริษัทฯ  เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางได้รับราคาน้ำยางสด EUDR ที่เป็นธรรม” กรรมการผู้จัดการใหญ่ THAITEX กล่าว

อาจกล่าวได้ว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับรายได้ หรือสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับเกษตรกรยางพาราของไทย แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการผลิตที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานระดับสากล ทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างเข้มแข็ง