หน้าแรก เศรษฐกิจ หุ้นไทยเด้งต่...

หุ้นไทยเด้งต่อ บวก 5 จุด หวังสุญญากาศการเมืองจบ รัฐบาลอัดกระสุนดันศก.

20.08.24 | 17:53 น.
แฟ้มภาพ

หุ้นไทยเด้งต่อ บวก 5 จุด หวังสุญญากาศการเมืองจบ รัฐบาลอัดกระสุนดันศก.


เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,323.38 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,328.12 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 4.74 จุด หรือบวก 0.36% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,337.35 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,323.94 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 47,980.65 ล้านบาท

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดการซื้อขาย ต่อเนื่องจากช่วงวานนี้ที่ผ่านมา แต่อาจมีจังหวะเด้งขึ้นมาเร็วแต่ก็ไม่ได้แรงเท่า เพราะติดแนวต้านระยะสั้นที่ระดับ 1,330 จุด โดยมีปัจจัยบวกหลักคือ การปลดล็อกสุญญากาศทางการเมือง ระยะเวลาความกังวลสั้นมากประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น จึงมีน้ำหนักเบามาก จากนี้เป็นความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงถัดไปที่จะไล่เลียงออกมามากกว่า โดยคาดว่าภายในเดือนสิงหาคมนี้ จะได้เห็นหน้าตาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ที่จะออกมาอีกครั้ง ทำให้เดือนกันยายนนี้ น่าจะมีการแถลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาได้ ซึ่งเป็นปัจจัยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนมากขึ้น

นายวิจิตร กล่าวว่า เห็นสัญญาณเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) กลับเข้ามา หลังจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว อยู่ประมาณ 34.19 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สะท้อนถึงความมั่นใจที่ฟื้นคืนมา ตลาดจึงทยอยตอบรับด้วยการซื้อกลับคืน รวมถึงปัจจัยในต่างประเทศยังไม่เห็นทิศทางเป็นลบมากนัก ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ยังคงสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว ทำให้หุ้นบิ๊กแคปพยายามหมุนเข้ามาช่วยดันดัชนีได้หมด ยกเว้นกลุ่มพลังงานที่แดง เพราะระยะสั้นแนวโน้มราคาน้ำมันปรับฐานลง

Advertisement

“หลังมี ครม.ชัดเจนแล้ว มองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมา ควรต้องดันในเรื่องการบริโภค เพราะขณะนี้มีคำถามในเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต ว่าจะดำเนินการต่อหรือมีจังหวะของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบขึ้นอีก ซึ่งต้องสร้างความเข้าใจให้ชัดเจนว่าจะไปยังไงต่อ โดยจะต้องเน้นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับประชาชน อาทิ หนี้ครัวเรือน เพิ่มกำลังการใช้จ่ายของรากหญ้า รวมถึงมาตรการที่เชื่อมโยงกับตลาดทุน ที่ยังค้างคาอยู่ ซึ่งคาดว่าหากเป็นการทำงานของรัฐบาลชุดเดิมคงไม่ได้ล่าช้าออกไปมากนัก” นายวิจิตร กล่าว