“หมอเปรม” ข้องใจประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติ แต่ยังทำงานได้

20.08.24 | 18:12 น.

“หมอเปรม” ข้องใจประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติ แต่ยังทำงานได้


เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ได้อภิปรายระหว่างการพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช.ประจำปี 2566 และรายงานการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ประจำปี 2566 ว่า ปกติการพิจารณารายงานของหน่วยงานต่างๆ ที่มาสู่วุฒิสภาส่วนใหญ่มีแต่รับรองแล้วผ่านไป เหมือนวุฒิสภาเป็นตรายาง ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ แต่หน่วยงานของ กสทช.จะให้ผ่านไม่ได้จริงๆ ด้วยเหตุผลคือ คณะกรรมการ กสทช.ชุดนี้ ถือเป็นชุดที่ 3 กรรมการ กสทช.มี 7 ท่าน มาชี้แจงเพียง 6 ท่าน และทราบมาอีกว่า ประธานคณะกรรมการ กสทช. ไม่ได้แจ้งให้มาชี้แจง ทั้งที่ทุกท่านต้องมีอิสระในการทำงาน

ทั้งนี้ ที่แปลกเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ประธาน กสทช.ไปชี้แจงที่สภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่มีคณะกรรมการ กสทช.ไปชี้แจง ทราบว่า ไม่ได้รับการแจ้งให้ไปชี้แจงต่อสภา ในขณะเดียวกันคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ หรือ ค.ต.ป.มากันครบและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากถึงข้อสังเกตในการทำงาน โดยเฉพาะการควบรวมกิจการของโทรศัพท์ เมื่อเป็นเช่นนี้ตนอยากให้ประธานวุฒิสภา ไปดูขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าที่พหลโยธินซอย 8 จะได้เห็นว่า การทำงานตรงนั้นเป็นองค์กรใหม่ก็จริง มี พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ตั้งแต่ปี 2553 แต่การเติบโตของกิจการในเครือข่ายนี้เติบโตมากจนน่ากลัว มีแต่ปัญหาผลประโยชน์ภายใน หลายคนเห็นว่าเป็นเรื่องซับซ้อนซ่อนเงื่อน ความจริงไม่มีอะไรซับซ้อน ปัญหามีมาจาก 2 คนเท่านั้น คือ คนหนึ่งขาดคุณสมบัติ อีกคนหนึ่งรักษาการมาเกือบ 4 ปีแล้วไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรในองค์กรนี้ ตนไม่ได้พูดโดยอาศัยข้อมูลจากที่อื่น แต่เป็นข้อมูลจากคณะกรรมาธิการเทคโนโลยี กิจการสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา ซึ่งกรรมาธิการฯชุดที่แล้วสอบสวนไว้ดีมาก ดำเนินการสืบสวนใช้เวลา 6 เดือนได้เชิญบุคคลต่างๆ เข้ามาชี้แจงการตรวจสอบคุณสมบัติของประธาน กสทช.ปรากฏว่า ไม่ได้รับความร่วมมือทั้งจากเจ้าหน้าที่หรือท่านใดมาชี้แจง

นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า หลังจากกรรมาธิการฯ ตรวจสอบเสร็จแล้ว กลับมีหนังสือจากประธาน กสทช.โต้แย้งว่า วุฒิสภาไม่มีอำนาจในการตรวจสอบ ในประเทศไทยกฎหมายสูงสุดที่ใหญ่ที่สุดเป็นแม่บทของประเทศคือ รัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐธรรมนูญให้อำนาจวุฒิสภากำกับองค์กรอิสระ แต่ประธาน กสทช.โต้วุฒิสภาไม่มีอำนาจตรวจสอบ ขณะเดียวกันเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือตอบกลับไปยังประธาน กสทช.ว่า อำนาจของวุฒิสภาตรวจสอบองค์กรอิสระได้แน่นอน ตนถือว่าเป็นการท้าทายมาก ทำให้ประชาชนรู้สึกสับสนในอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ถ้าวุฒิสภาแตะองค์กรอิสระไม่ได้แล้วใครแตะต้องได้ ถ้าองค์กรอิสระกระทำผิด หรือบุคคลในองค์กรอิสระทำไม่ถูกกฎหมายใครจะแก้ไขได้

Advertisement

“กรรมาธิการฯชุดที่มี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธานฯ ได้ตรวจสอบคุณสมบัติของประธาน กสทช. ว่าขาดคุณสมบัติหลายประการในข้อสรุปมี 95 หน้า ลงท้ายลงความเห็นว่า จากพยานหลักฐานข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ในขั้นพิจารณาของกรรมาธิการฯประกอบกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมาธิการฯพิจารณาแล้วเห็นว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายตาม พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ฯ พล.อ.อนันตพรได้ทำหนังสือตามขั้นตอนส่งไปยังประธานวุฒิสภาขณะนั้น ปรากฏว่า เป็นช่วงสัปดาห์สุดท้ายของวุฒิสภา ช่วงนั้นเกิดคำถามหลายอย่างทำให้ประธานวุฒิสภาไม่ได้เซ็นหนังสือไปยังนายกรัฐมนตรีตามขั้นตอน เรื่องจึงมาตกที่ประธานวุฒิสภาคนปัจจุบันจะดำเนินการอย่างไร ถ้าวุฒิสภาตรวจสอบไม่ได้ประชาชนจะพึ่งใคร จึงขอเรียนประธานวุฒิสภาว่า ให้ดูเรื่องนี้ใหม่ว่า เรื่องมาถึงประธานวุฒิสภาหรือยัง ถ้าเห็นว่า ผลการตรวจสอบมีน้ำหนักน่าเชื่อถือให้ส่งไปยังนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งได้แถลงนโยบายจะขจัดคอร์รัปชั่นจะทำในสิ่งที่เป็นความหวังของประชาชน ถือเป็นการดีว่าจะกล้าลงดาบอะไรหรือไม่ เพราะผลการสอบชัดเจนชัดยิ่งกว่าชัดไม่อยากให้คาราคาซัง” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว

นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า ผลประโยชน์ของ กสทช.ในตำแหน่งไม่เท่าไหร่ แต่การอนุมัติคลื่นความถี่ มีวงเงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน แต่สิ่งที่คนทั่วไปไม่ทราบค่าตอบแทนบอร์ด กสทช. ประธานบอร์ด กสทช.ค่าตอบแทนเหมาจ่ายรายเดือน 361,167 บาท นอกจากนั้นยังมีค่าเสียโอกาสเดือนละ 89,667 บาท อยากถามว่า ค่าเสียโอกาสอะไร ส่วนกรรมการอีก 6 คน ค่าตอบแทนเหมารายเดือน 289,167 บาท ค่าเสียโอกาส 71,667 บาทต่อเดือน ในขณะที่นายกรัฐมนตรี มีค่าตอบแทนรายเดือน 125,590 บาท

อย่างไรก็ตาม ประธาน กสทช.ถูกกรรมาธิการฯตรวจสอบอย่างที่ตนอภิปรายว่า ท่านมีความบกพร่องในส่วนนี้ จึงเป็นข้อเรียกร้องของตนในฐานะวุฒิสภา และเพื่อนวุฒิสภาถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นแบบนี้ และประธาน กสทช.ชอบโต้แย้งเสมอว่า วุฒิสภาไม่มีอำนาจแล้วใครจะตรวจสอบท่านได้ ท่านจะกลายเป็นคนที่แตะต้องได้อย่างนั้นหรือ พหลโยธินซอย 8 แทนที่จะเป็นแดนศิวิไลซ์ แต่กลายเป็นแดนสนธยา ตนจึงไม่สามารถรับรองรายงานของ กสทช.ได้