เปิดตัว MG3 HYBRID+ เคาะราคา 5.59-5.99 แสน ขุมพลังเหนือชั้น วิ่งไกลสุด 800 ก.ม.

20.08.24 | 19:45 น.

เปิดตัว MG3 HYBRID+ เคาะราคา 5.59-5.99 แสน พร้อมโหมดควบคุมการขับขี่ 3 รูปแบบ การันตีน้ำมัน 1 ถังวิ่งไกล 800 กิโลเมตร

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัวรถรุ่นล่าสุด ALL NEW MG3 HYBRID+ เพื่อบุกตลาด B-Segment ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อิสระพลัสเวล” มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น D ราคาช่วงแนะนำ 559,900 บาท และรุ่น X ราคาช่วงแนะนำ 599,900 บาท เฉพาะ 1,000 คันแรก รวมทั้งสองรุ่น ก่อนปรับเป็น รุ่น D 579,900 บาท และรุ่น X 619,900 บาท

นายซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นอกจาก ALL NEW MG3 HYBRID+ จะเป็น The Best-in-Class ใน B-Segment ด้วยการยกระดับผลิตภัณฑ์ในหลายๆ ด้านแล้วนั้น ครั้งนี้ เอ็มจี ยังได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ แตกต่างจากการเปิดตัวรถยนต์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สนใจลงทะเบียนทดลองขับรถรุ่นใหม่นี้ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 4 ภาคทั่วไทย เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสมรรถนะของ ALL NEW MG3 HYBRID+ รวมไปถึงการทดสอบขับจริงบนท้องถนน ผ่านกิจกรรมขับทางไกล “กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ด้วยน้ำมันถังเดียว” แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถเมื่อขับขี่บนถนนจริง สามารถวิ่งได้ไกลถึง 800 กิโลเมตร ต่อน้ำมันหนึ่งถัง เพื่อยืนยันความเชื่อมั่นและพิสูจน์คุณภาพของรถ เอ็มจี ในทุกการเดินทาง และยังเป็นครั้งแรกที่ เอ็มจี ได้เปิดตัว ALL NEW MG3 HYBRID+ พร้อมกันทุกภูมิภาคทั่วประเทศ (Nationwide launch) โดยมีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ จัดขึ้นที่ สยามสแควร์วัน

นอกจากนี้ ในภูมิภาคต่างๆ ได้มีการจัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในย่านสำคัญของแต่ละพื้นที่ อาทิ ภาคเหนือ ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์โคราช และภาคใต้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ ทุกสถานที่จะมีกิจกรรมพิเศษต่อเนื่องจากการเปิดตัว เพื่อให้ผู้สนใจเข้ามาได้สัมผัสประสบการณ์อย่างใกล้ชิด โดย เอ็มจี พร้อมให้ผู้สนใจสามารถจองและทดลองขับได้ที่ งาน BIG MOTOR SALE 2024 และศูนย์บริการของ เอ็มจี 150 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือนนี้ เป็นต้นไป”

Advertisement

ALL NEW MG3 HYBRID+ รถแฮทช์แบ็กไฮบริด 5 ประตู ยนตรกรรม มาพร้อมกับเทคโนโลยีไฮบริดใหม่ล่าสุดจาก เอ็มจี ด้วย 8 โหมดการขับเคลื่อนของระบบ HYBRID+ รวมทุกระบบไฮบริดไว้ในคันเดียว มีระบบขับเคลื่อนแบบอนุกรม (Series Hybrid) ระบบขับเคลื่อนแบบผสานเครื่องยนต์และมอเตอร์ (Parallel Hybrid) หรือแม้แต่การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน (Pure EV) ทำให้เป็น “รถแฮทช์แบ็กไฮบริดที่ประหยัดกว่า ขับสนุกกว่า และเร้าใจกว่า” มอบประสบการณ์การขับขี่เฉกเช่นรถไฟฟ้าแต่ไปได้เร็วกว่า โดยไม่ต้องรอชาร์จไฟ จากขุมพลังไฮบริดใหม่ ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 102 แรงม้า (75 กิโลวัตต์) รองรับน้ำมัน E20 ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 136 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง 8 วินาที ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลัง Hybrid Transmission ด้วยเกียร์ไฟฟ้าแบบ E-AT ให้จังหวะการเปลี่ยนเกียร์เหมาะสม ลดเสียงรบกวน และประหยัดเชื้อเพลิง มาพร้อมกับแบตเตอรี่ Lithium-Ion ความจุ 1.83 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง น้ำมันหนึ่งถังสามารถไปได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ยังปรับโหมดควบคุมการขับขี่ได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมด Eco โหมด Standard และโหมด Sport ทั้งยังมีระบบ KERS เหมือนในรถไฟฟ้าสามารถปรับการใช้งานได้ 3 ระดับ ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ครอบคลุมระบบความปลอดภัย ADAS ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ 8 ระบบ

พร้อมระบบเบรกอัจฉริยะ (Intelligent Brake System) กล้องรอบคัน 360 องศา แบบ High Definition
การออกแบบ ยังคงสไตล์ความคล่องตัวแบบฉบับรถแฮทช์แบ็ก โดย ALL NEW MG3 HYBRID+ เป็นรถที่กว้างมากที่สุดในคลาส ขนาดความกว้าง 1,797 มิลลิเมตร

ดีไซน์ไฟหน้า LED แบบใหม่ Hunter Eye Headlamp คล้าย ดวงตานักล่า พร้อมกระจังหน้าแบบใหม่ ไฟท้ายได้รับแรงบันดาลใจจากปีกผีเสื้อ สะท้อนการเคลื่อนไหวคล่องตัว เส้นสายการออกแบบ รอบตัวถังเน้นความโค้งมน ภายในห้องโดยสารสร้างสรรค์ภายใต้ Modular Concept ออกแบบคอนโซลเล่นระดับให้มีมิติ เพิ่มความหรูหราด้วยภายในแบบทูโทน ขาวสลับดำ เน้นความสะดวกในการใช้สอยสำหรับทั้งคนขับและผู้โดยสาร เพิ่มอรรถประโยชน์การใช้งาน ในการออกแบบห้องโดยสาร ทั้งพื้นที่เหนือศีรษะ (Head room) และพื้นที่วางขา (Leg room)

ALL NEW MG3 HYBRID+ มีห้องสัมภาระท้ายจุได้ 293 ลิตร เมื่อพับเบาะสามารถจุได้ถึง 1,037 ลิตร หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 10.25 นิ้ว รวมถึงระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และกุญแจรีโมทอัจฉริยะแบบ Smart Key