หน้าแรก เศรษฐกิจ ฝากว่าที่อธิบ...

ฝากว่าที่อธิบดีทล.คนใหม่ สานต่องานบิ๊กโปรเจ็กต์-จัดซื้อจัดจ้างปีงบ’68 อีก 4,700 โครงการ

21.08.24 | 10:37 น.

‘อธิบดีทล.’ ฝากว่าที่อธิบดีคนใหม่ สานต่องานบิ๊กโปรเจ็กต์-จัดซื้อจัดจ้างปีงบ’68 อีก 4,700 โครงการ


เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า เนื่องจากตนจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 67 นั้นเชื่อว่า อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่คือ นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) สามารถสานต่อการดำเนินงานของทล.ได้ เนื่องจากนายอภิรัฐเป็นลูกหม้อเดิมของ ทล. และทำงานร่วมกันกับตนอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด 15 ปี มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินโครงการต่างๆ ของ ทล.ได้อย่างต่อเนื่อง

นายสราวุธ กล่าวว่า สำหรับโครงการสำคัญที่ยังค้างอยู่และอยากฝากให้ว่าที่อธิบดี ทล.คนใหม่ ต้องเร่งผลักดันสานต่องานก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย. 68 ตามเป้าหมายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการคมนาคม คือโครงการบนทางหลวงหมายเลข 35 หรือถนนพระรามที่ 2 ซึ่งมีการดำเนินโครงการบนถนนดังกล่าวหลายโครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางยกระดับทางหลวงหมายเลข 35 สายธนบุรี-ปากท่อ ตอนทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เอกชัย และโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 (M82) สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว นอกจากนี้ยังมีโครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 81 (M81) สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่มีเป้าหมายเปิดให้ใช้บริการฟรีปลายปี 67 และพร้อมเปิดบริการเต็มรูปแบบกลางปี 68

นายสราวุธกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีโครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน-นครราชสีมา ที่มีเป้าหมายจะเปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรี ช่วงหินกอง-ปากช่อง ระยะทางประมาณ 87 กิโลเมตร(กม.) ปลายปี 67 เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่ให้บริการ ช่วงปากช่อง-ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ระยะทางประมาณ 80 กม. ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถใช้บริการมอเตอร์เวย์ M6 ได้ตั้งแต่หินกอง-โคราช รวมระยะทาง 167 กม. จากทั้งหมด 196 กม. คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการตลอดเส้นทาง ตั้งแต่บางปะอิน-นครราชสีมา ได้ภายในปลายปี 68 ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบไม่เกินกลางปี 69

Advertisement

นายสราวุธ กล่าวว่า สำหรับโครงการอื่น ๆ อาทิ งานก่อสร้างขยาย 4 ช่องจราจรทั่วประเทศ, โครงการก่อสร้างทางแนวใหม่ สายทางเลี่ยงเมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง ระยะทาง 7.998 กม. วงเงิน 5,080 ล้านบาท, โครงการทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 338 (ถนนบรมราชชนนี) ช่วงพุทธมณฑลสาย 3-พุทธมณฑลสาย 4 ระยะทาง 3.360 กม. วงเงิน 3,000 ล้านบาท และช่วงพุทธมณฑลสาย4-ทางหลวงหมายเลข 4 ระยะทาง 17.980 กม. วงเงิน 12,250 ล้านบาท และโครงการพัฒนาคูน้ำริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31 (ถนนวิภาวดีรังสิต) ระยะ (เฟส) ที่ 2 ระหว่างกม.5+500-กม.30+300 ช่วงแยกดินแดง ถนนวิภาวดีรังสิต-คลองบึงทะเลสาบ ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ระยะทาง 24.8 กม. โดยโครงการทั้งหมดที่กล่าวมาจะต้องแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 67 ส่วนโครงการเฟส 3 ระหว่าง กม.8+700-กม.25+500 ช่วงคลองบางซื่อ (ซอยวิภาวดีรังสิต 3)-ฐานทัพอากาศดอนเมือง 16.8 กม. จะต้องแล้วเสร็จภายในในปี 69

นายสราวุธ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีโครงการที่เอกชนจะร่วมลงทุนกับรัฐ(PPP) อีกหลายโครงการที่รอดำเนินการอยู่ อาทิ โครงการเอกชนร่วมลงทุนพัฒนาและบริหารจัดการที่พักริมทาง (Rest Area) บนมอเตอร์เวย์สายต่างๆ ได้แก่ มอเตอร์เวย์ M6, มอเตอร์เวย์ M81 และมอเตอร์เวย์ M7 นอกจากนี้จะดำเนินการ PPP งานบริหารจัดการและบำรุงรักษา(O&M) มอเตอร์เวย์ M82 รวมทั้ง PPP โครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 5 (M5) สายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน ระยะทาง 22 กม. วงเงิน 31,358 ล้านบาท และโครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 9 (M9) สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก ตอนบางบัวทอง – บางปะอิน ระยะทาง 38 กม. วงเงิน 56,035 ล้านบาท ซึ่งจะเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาเร็วๆนี้

“สำหรับโครงการที่พร้อมดำเนินการ ได้แก่ โครงการมอเตอร์เวย์หมายเลข 8 (M8) ช่วงนครปฐม-ชะอำ ระยะทาง 109 กม. ซึ่งปรับปรุงผลการศึกษาแล้วเสร็จ แบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงนครปฐม (นครชัยศรี)-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. และช่วงปากท่อ-ชะอำ 48 กม. ทั้งนี้การก่อสร้างช่วงนครปฐม-ปากท่อ จะใช้เงินกู้ วงเงินประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเสนอในที่ประชุมครม.สิ้นปี 67 ขณะที่ช่วงปากท่อ-ชะอำ รูปแบบยังไม่จบต้องเคลียร์แนวเส้นทางที่ประชาชนคัดค้านเมื่อ 4 ปีที่แล้วก่อน เพราะเป็นเส้นทางความมั่นคงในการเดินทาง”

นายสราวุธ กล่าวว่า สำหรับโครงการที่ทางกรมทางหลวงจะต้องเตรียมดำเนินการ ได้แก่ งานจ้างศึกษาโครงการมอเตอร์เวย์ สายชลบุรี (แหลมฉบัง)-ปราจีนบุรี – นครราชสีมา ระยะทาง 315 กม. ตลอดจนผลักดันการการใช้งบประมาณปี 68 ซึ่ง ทล. ได้รับงบประมาณวงเงิน 127,685 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 67 กว่า 5 พันล้านบาท และมีโครงการที่ต้องจัดซื้อจัดจ้างประมาณ 4,700 รายการ