หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘พิชัย’ ชี้ถ้...

‘พิชัย’ ชี้ถ้ายังไม่ทำอะไรเลย ศก.ไทยก็ใกล้วิกฤต มองดิจิทัล-กรีน เป็นโอกาสสร้างการเติบโต

21.08.24 | 14:57 น.

‘พิชัย’ ชี้ถ้ายังไม่ทำอะไรเลย เศรษฐกิจไทยจะอยู่ในภาวะใกล้วิกฤต มองเทคโนโลยีดิจิทัล-กรีน เป็นโอกาสสำคัญสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายพิชัย ชุนหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ถอดรหัส…โอกาสเศรษฐกิจไทย” ระบุว่า จากกรณีที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้เปิดข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ในไตรมาส 2 ปีนี้ที่ผ่านมาขยายตัว 2.3% และไตรมาสแรกที่ผ่านมาขยายตัว 1.6% โดยยังคาดการณ์ทั้งปี 2567 ขยายตัวได้ 2.5%

นายพิชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ หากย้อนไปช่วงหลังจากนั้นวิกฤติต้มยำกุ้งเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 4-5% ต่อปี โดยศักยภาพเศรษฐกิจไทยต้องเติบโตกว่านี้ คือ 3.5% แต่ในปีที่ผ่านมา ขยายตัวเพียง 1.9% แต่ถ้าไม่ได้ทำอะไรเลย เศรษฐกิจไทยจะอยู่ในภาวะใกล้วิกฤต

นายพิชัยกล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกแบ่งข้างชัดเจน มีการย้ายฐานผลิต อาจเป็นโอกาสของประเทศไม่แบ่งข้างอย่างชัดเจน เช่น ประเทศไทย ด้วยจุดแข็งยุทธศาสตร์ของพื้นที่ ทะเลจีนใต้ เชื่อมแปซิฟิก อันดามัน ควรสร้างโอกาสไปตลาดใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง เพราะมีเงินมาก

Advertisement

นายพิชัยกล่าวว่า สำหรับโอกาสของเศรษฐกิจไทย มองว่าเป็นเทคโนโลยี มีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 1 ใน 3 และโลกเปลี่ยนไป มีทั้งเรื่องดิจิทัล และเรื่องสีเขียว (กรีน) ซึ่งประเทศไทยยังมีการปล่อยคาร์บอนสูง ประมาณ 360 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะต้องลด 30% ให้ได้ในปี2573 (2030) เชื่อว่าไทยจากเป็นประเทศต้องซื้อคาร์บอนเครดิต กลายเป็นผู้นำอาเซียนส่งออกคาร์บอนเครดิต เพราะเรียนรู้ตื่นตัวก่อน ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญ รวมทั้งในปัจจุบันรัฐบาลได้สนับสนุนเรื่องสิ่งแวดล้อม เช่น กองทุนรวมวายุภักษ์1 มีวงเงินแสนกว่าล้านบาท และกองทุนกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน หรือ THAI ESG ที่ผู้ซื้อสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษี 3 แสนบาท

“อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประเทศไทยจะมีจีดีพี 1.9% แต่กลับมีสภาพคล่องในประเทศเหลือเยอะ เพราะเมื่อไม่ลงทุนหรือลงทุนน้อย เงินสดจะมีมาก และมีโอกาสมาลงทุนหุ้นต่อ แต่ถ้าไม่รีบทำไม่รีบเดินเรื่องการลงทุน จะยิ่งแก้ไขยากขึ้น” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวว่า ส่วนภาพอสังหาริมทรัพย์ในไทย ปัจจุบันมีการลงทุนที่ใหญ่มากขึ้น แต่มีปัญหาในเรื่องการขายที่ดินที่จะเป็นเพียงการให้เช่า 30 ปีเท่านั้น และเงื่อนไขการเช่ามักมีปัญหาตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อต่างชาติเข้ามาเช่าที่ดินในการดำเนินธุรกิจ จะให้สิทธิการเช่าเพียง 30 ปี เชื่อว่าไม่ตอบโจทย์ต้องมากกว่า 30 ปี และต้องให้สิทธิเสมือนใกล้เคียงความเป็นเจ้าของ เพื่อให้สามารถทำธุรกิจ รวมถึงการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินได้สะดวกมากขึ้น ดังนั้นที่ผ่านมา จึงพยายามออกกฎหมาย ทรัพย์อิงสิทธิ เพื่อเอื้อในเรื่องดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ดี ยังต้องยึดเรื่องสิทธิของคนไทยเป็นเจ้าของที่ดีเป็นสำคัญ

“ทั้งหมดเกิดขึ้นกับประเทศไทย ปัญหา และอะไรคือโอกาส ถ้าเราทำสิ่งเหล่านี้ ได้ปรับเปลี่ยน ประเทศไทยไม่แพ้ใคร ไทยมีพื้นฐานที่ดี เป็นโอกาสการหยิบฉวยเกิดขึ้นได้ เป็นจริงขึ้นได้ สร้างการเจริญเติบโตประเทศ การนำสิ่งนี้มากำหนดวิชั่นประเทศ เกิดจากความฝัน นำมาปฏิบัติให้เกิดขึ้นและประสบผลสู่ความยั่งยืน” นายพิชัยกล่าว