หน้าแรก เศรษฐกิจ ภูมิธรรม เร่ง...

ภูมิธรรม เร่งแก้ปมสินค้าจีน-แพลตฟอร์มต่างชาติ ทุบตลาดไทย ขีดเส้น ส.ค. สรุปแผนชง ครม.

21.08.24 | 16:07 น.

ภูมิธรรม เร่งแก้ปมสินค้าจีน-แพลตฟอร์มต่างชาติทุบตลาดไทย ขีดเส้น ส.ค.นี้ สรุปแผนเสนอ ครม.ได้


เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัญหาสินค้าจีนและแพลตฟอร์มต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยนั้น ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อบังคับใช้กฎหมายให้เข้มแข็งมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านภาษี ซึ่งในเร็วๆ นี้จะเรียกประชุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดอีกครั้ง รวมอีกเอกชนที่ได้รับผลกระทบด้วย อาทิ เอสเอ็มอี เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาสร้างสมดุลให้ได้ ในเบื้องต้นอาจมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งจะเร่งคุยให้ได้ข้อสรุปทั้งหมดภายในสิงหาคมนี้ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาต่อไป นอกจากนี้ ยังหารือร่วมกับฝ่ายทูตพาณิชย์จีน ซึ่งรับปากว่าจะสนับสนุนเงื่อนไขที่เราเสนอไปหลายอย่าง อาทิ การคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการในไทยตามข้อเสนอของไทย เพราะเราไม่สามารถปล่อยให้เกิดปัญหาเข้ามากระทบผู้ประกอบการไทยได้

“แพลตฟอร์ม TEMU ที่เข้ามาขณะนี้ เราบอกว่าควรจะต้องเข้ามาจดทะเบียนในไทยด้วย ซึ่งทูตจีนก็เห็นชอบรับปากที่จะไปเจรจาให้ และยังรับเป็นหน่วยประสานงานด้วยหากพบว่าสินค้าจากแพลตฟอร์มนี้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ทั้งยังสั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าไปเข้มงวดติดตามสินค้าตามโรงงานต่างๆ ว่ามีขบวนการผลิตที่ถูกต้องหรือไม่ และขอย้ำว่ารัฐบาลไทยจะใช้กฎหมนายอย่างเต็มที่ จริงจังเหมือนกับประเทศอื่นๆ โดยอยู่ภายใต้กลไกลการค้าโลก” นายภูมิธรรมกล่าว

เปิดงานอีคอมเมิร์ซดันสะพัด 130 ล้านบาท

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ได้เปิดงานมหกรรม Thailand E-commerce Expo 2024 ณ ทรูไอคอนฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เพื่อช่วยเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่การค้าออนไลน์อย่างมืออาชีพ และสร้างช่องทางจำหน่ายสินค้าให้กว้างขึ้น รวมถึงรวบรวมสินค้าชุมชนที่มีคุณภาพจากทั่วประเทศมาให้เลือกซื้อในรูปแบบออนไลน์ พร้อมรับสิทธิพิเศษภายในงาน ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 สิงหาคมนี้ โดยคาดว่าจะสามารถทำเงินสะพัดกว่า 130 ล้านบาท

Advertisement

ความท้าทายของเอกชน

นายภูมิธรรมกล่าวว่า โลกในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะหลังโควิดที่ทำให้ธุรกิจต้องดิ้นร้นเดินหน้าต่อ จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น การค้าอีคอมเมิร์ซเป็นมิติใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วิถีชีวิตที่ผูกกับเทคโนโลยีมากขึ้น สะท้อนจากสถิติในปี 2566 การค้าในระบบอีคอมเมิร์ซมีมูลค่าเกือบ 6 ล้านล้านบาท และจะยิ่งเติบโตในอนาคต กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก เอสเอ็มอี หรือชุมชนต่างๆ ที่มีการเข้ามาแข่งขันของแพลตฟอร์มและสินค้าต่างชาติ เป็นความท้าทายของผู้ประกอบการ ต้องปรับตัว ทำสินค้าคุณภาพ ลดต้นทุน และส่งออกไปตลาดต่างประเทศ รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งด้านเงินทุนและกฎระเบียบ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มอบหมายให้ผมเป็นประธานจัดการธุรกิจระหว่างประเทศและในประเทศผ่านแพลตฟอร์มดูแลให้เหมาะสมและสมดุล ปกป้องธุรกิจของชาวไทย จากนี้เราต้องไม่ต้องแข่งขันกันในด้านราคา เพราะสินค้าไทยมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้าด้านอาหาร อุปโภคบริโภค และผลไม้ของเรามีหลายตัวแข่งขันได้ และเรายังมีศิลปะวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมด้วย

“ในภาวะที่เศรษฐกิจในประเทศและสงครามต่างๆ ทำให้กำลังซื้ออ่อนตัวลง จึงไม่สามารถห้ามให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าที่มีราคาถูกได้ หากเรายังนิ่งเฉย และไม่มีการปรับตัว อันนี้มีปัญหาแน่ โดยกระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับอาลีบาบาส่งออกสินค้าผ่านแพลตฟอร์มให้ชุมชนเข้มแข็ง และส่งเสริมสินค้าไทยผ่านแฟลตฟอร์มต่างชาติ อาทิ Tmall Amazon Rakuten และวันที่ 25 กันยายน 2567 จะมีกิจกรรมให้อินฟลูเอนเซอร์จากต่างประเทศคัดเลือกสินค้าไทย นำไปจัดไลฟ์ขายยังผู้บริโภคในประทศจีน รวมถึงใช้ซีรีส์วายและซีรีส์ยูริเพื่อส่งเสริมสินค้าไทยด้วย” นายภูมิธรรมกล่าว