หน้าแรก เศรษฐกิจ เป๊ะ! แบงก์ชา...

เป๊ะ! แบงก์ชาติ ชี้แนวโน้ม ศก.โตได้ดั่งใจ จับตาฟอร์มทีมครม.-รูปแบบแจกเงินดิจิทัล

21.08.24 | 17:42 น.

เป๊ะ! แบงก์ชาติ ชี้แนวโน้ม ศก.โตได้ดั่งใจ จับตาฟอร์มทีมครม.-รูปแบบแจกเงินดิจิทัล

ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติ 6 ต่อ 1 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อปี เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวตามที่ประเมินไว้

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง:ไม่เอกฉันท์! กนง. 6 ต่อ 1 มีมติคงดบ. 2.50% ชี้แนวโน้มศก.โตเข้าสู่ศักยภาพ-เงินเฟ้อตามกรอบ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศ แม้แรงส่งจากการบริโภคภาคเอกชนในระยะต่อไปจะชะลอลงบ้างหลังขยายตัวดีในช่วงก่อนหน้า ขณะที่การส่งออกสินค้าและภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยการส่งออกสินค้าบางกลุ่มยังถูกกดดันจากปัจจัยเชิงโครงสร้างและความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง แต่เศรษฐกิจในแต่ละภาคส่วนยังฟื้นตัวแตกต่างกันโดยรายได้แรงงานในภาคการผลิตและผู้ประกอบอาชีพอิสระมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่ากลุ่มอื่น ในระยะต่อไป ต้องติดตามความเสี่ยงด้านต่ำจากการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชน

นายปิติกล่าวว่า ตัวเลขไตรมาส 2/2567 ที่ออกมาถือว่าตรงกับที่มองไว้แบบเป๊ะๆ แม้ไส้ในจะมีบางส่วนที่ไม่เป็นไปตามคาด อาทิ การลงทุนภาคเอกชน ที่มีปัจจัยเฉพาะส่งผลกระทบบ้าง ซึ่งมีการมองไว้อยู่แล้วว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงมีการมองไว้อยู่แล้ว แต่ในภาพรวมยืนยันว่ามองเศรษฐกิจเหมือนเดิม ฟื้นตัวในภาพใหญ่ โดยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ประเมินว่าไตรมาส 3/2567 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตใกล้เคียง 3% ก่อนจะปรับขึ้นมาใกล้เคียง 4% ในช่วงไตรมาส 4 นี้

Advertisement

นายปิติกล่าวว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทที่ผันผวน เงินบาทขณะนี้เคลื่อนไหวในระดับที่อ่อนค่า แต่หากเทียบกับต้นปี 2567 เงินบาทแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีการปรับขึ้นแล้วก็ลง เป็นผลจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของสหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์ ส่วนปัจจัยภายในอย่างการเมืองที่มีความชัดเจนก็อาจส่งผลต่อการกลับมาแข็งค่าของเงินบาทได้บ้าง ซึ่งต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการบ้าง ทั้งผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกที่ไม่ได้ทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ธุรกิจจึงมีทั้งได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ โดยปัจจัยการเมือง ภายหลังมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ มองว่า คงไม่ได้มีผลกระทบกับงบประมาณประจำปี 2567 มากนัก หรือมีค่อนข้างน้อย เนื่องจากทุกอย่างผ่านไปเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่จะเกิดปัญหาทำให้การฟอร์มทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้ ส่วนโครงการดิจิทัลวอลเล็ตแจกเงิน 1 หมื่นบาท ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอีกครั้งว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือไม่

นายปิติกล่าวว่า ที่ผ่านมามีการแรงกดดันจากภาคการเมือง โดยเฉพาะในเรื่องการลดดอกเบี้ย และโอกาสในการลดดอกเบี้ย ที่ผ่านมาน้อมรับการพูดคุยการแลกเปลี่ยนทุกภาคส่วน ในเรื่องมุมมองนโยบาย และให้ความเห็นที่มีประโยชน์ที่ กนง.นำไปพิจารณาว่ามองอะไรแตกต่างกัน ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่า แนวนโยบายมีชั่งน้ำหนักไว้พอสมควร และการได้มุมมองเพิ่มเติม เป็นเรื่องปกติ โดยยืนยันว่าดอกเบี้ยที่ระดับ 2.50% ไม่ได้อยู่ในระดับสูง เทียบกับทั่วโลกและในภูมิภาคเดียวกันด้วย ซึ่งนโยบายการเงินมีผลกระทบต่อวงกว้างเยอะ การลดดอกเบี้ยอาจช่วยกลุ่มมีหนี้ได้ แต่ผลตอบแทนการออมลดลง ในแง่ต่างประเทศจะมีผลกระทบต่อค่าเงินบาทด้วย

“กรณีที่มีกระแสว่าจะแจกเฉพาะกลุ่มเปราะบาง มองว่าหากเปลี่ยนรูปแบบไปเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ผลกระทบบาทต่อเงินบาทมีเยอะกว่า เพราะคนที่อยู่กลุ่มเปราะบางมีโอกาสใช้เงินก้อนนั้นจะสูงกว่าหากไม่มีเงินก้อนดังกล่าว ผลต่อเศรษฐกิจย่อมสูงกว่า มาพร้อมกับเม็ดเงินที่เล็กลงด้วย โดยกลุ่มเปราะบางมีผลต่อเศรษฐกิจเยอะกว่า ประเด็นสำคัญคือ รูปแบบจะเป็นแบบการโอนหรือไม่ ซึ่งต้องรอความชัดเจนก่อน หากมีรูปแบบใหม่จะต้องมีการประเมินอีกครั้ง ส่วนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้มีการพูดคุยกันของมาตรการภาครัฐ และมาตรการด้านการคลัง ที่ต้องคำนึงตลอดเวลา ซึ่งต้องรอดิจิทัลวอลเล็ตมีความชัดเจนก่อน” นายปิติกล่าว