ภูมิธรรม ยิ้มตอบ ‘ใจยังอยู่พาณิชย์ 100% จนกว่าจะถูกปลด’ พร้อมตั้งวอร์รูมรับมือท่วม ยืนยันทุกหน่วยงานตื่นตัวหมด
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามหลังจากมีกระแสข่าวว่าจะถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า เมื่อเช้านี้ได้แวะไปดื่มกาแฟที่กระทรวงกระทรวงกลาโหม และไหว้ศาลหลักเมืองมาแล้ว แต่ตำแหน่งต่างๆเวลานี้ยังไม่ชัดเจน ขณะนี้ก็คือยังอยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่ที่ได้ส่งรายชื่อมาแล้ว และได้ส่งรายชื่อให้เลขากฤษฎีกาตรวจสอบ
ส่วนทางพรรคพลังประชารัฐก็ยังไม่ชัดเจนรออยู่ ขณะนี้กำลังดำเนินการไปเรื่อยๆรอแต่ไม่ได้หมายถึงหยุดทุกอย่าง ทุกอย่างยังเดินหน้าไปทั้งหมดรอความชัดเจนก็จะได้เร่งดำเนินการ
เมื่อถามว่าทุกอย่างจะนิ่งภายในระยะเวลาเท่าไหร่ นายภูมิธรรมกล่าวแบบผ่อนคลายว่า อยากให้นิ่งในวันพรุ่งนี้ แต่ก็ไม่รู้จะนิ่งได้เมื่อไหร่ แต่ทั้งหมดนี้ต้องรีบเพราะว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนยังมีอยู่มากจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่ได้ ต้องเปลี่ยนผ่านให้เร็ว พรรคแกนนำก็เริ่มต้นด้วยการเร่งทำให้จบภายใน 1-2 วันนี้ ขณะนี้แต่ละส่วนก็ขอให้แต่ละพรรคไปดำเนินการ ของตัวเองให้จบ ถ้าหากว่าจบก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าไม่จบถึงเวลาที่เหมาะสมรัฐบาลก็ต้องเดินหน้า วันนี้ไม่ได้ขีดเส้นอะไรเพราะสถานการณ์มันบอกอยู่แล้ว เราพึงรู้ได้ว่าสถานการณ์ตอนไหนควรเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าภาคเอกชนไม่อยากเห็นสุญญากาศทางการเมือง นายภูมิธรรมยืนยันว่า วันนี้ไม่มีสุญญากาศเพราะตอนนี้ก็ปฏิบัติหน้าที่เหมือนนายกรัฐมนตรี แต่พยายามจะจำกัดอำนาจให้อยู่ในระดับที่พอควร อย่างโยกย้ายข้าราชการก็ทำได้ ประกาศกฎอัยการศึกก็ได้ ยุบสภาก็ได้ได้ทั้งหมด แต่เราก็ไม่ได้ทำถึงขนาดนั้น ขณะนี้เราก็มุ่งไปที่การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ทุกส่วนต้องพร้อมในการแก้ไขปัญ โดยนายภูมิธรรม ย้ำว่า “ใจยังอยู่ที่นี่ 100% จนกว่าจะถูกปลด”

“ช่วงบ่ายโมงวันนี้ เตรียมเรียกประชุมหน่วยงาน โดยมีรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง / สทนช. มาสรุปรายงานความคืบหน้าอีกครั้ง คาดว่าภายใน 3-4 วันนี้สถานการณ์น้ำจะเริ่มคลี่คลาย แต่ขณะนี้เป็นห่วง ร่องกดอากาศต่ำกำลังอยู่ที่ลาว และจะมีพายุจากแปซิฟิกเข้ามาอีก 1 ลูก ซึ่งตามหลักการน้ำจะต้องมีที่อยู่และมีที่ไป เพราะฉะนั้นตอนนี้ เป็นน้ำป่าที่หลากเข้ามา” นายภูมิธรรม กล่าว
โดยสถานการณ์ขณะนี้ ที่เชียงรายไม่น่ากังวลมาก เพราะน้ำสามารถลงแม่น้ำโขงได้หมดภายใน 3-4 วัน ส่วนที่จังหวัดน่าน, พะเยา, แพร่, อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก เป็นน้ำป่าหลากลงมาที่แม่น้ำยม ซึ่งจะต้องเชิญกระทรวงคมนาคมเข้ามาหารือด้วย เพราะน้ำหลากจะต้องไปเจอคันถนนขวางทางน้ำอยู่ ทำให้จะต้องเร่งหาทางออก และอีกส่วนที่เขื่อนสิริกิต์ มีน้ำอยู่ 60% จึงสามารถรองรับน้ำได้อยู่ จึงไม่น่ากังวลมากนัก
โดยยืนยันว่าขณะนี้ทุกหน่วยงานตื่นตัวหมดแล้วและดำเนินการในเบื้องต้นทั้งหมดแล้ว ซึ่งเมื่อวานได้สั่งการไปที่กระทรวงมหาดไทย โดยรองนายกฯ อนุทิน ก็ได้สั่งการไปยังจังหวัดต่างๆ ให้เตรียมพร้อมรับมือ รวมทั้งกำลังหน่วยงาน กรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ได้ยินเตรียมพร้อมอุปกรณ์ให้พร้อมดำเนินการ
ขณะที่กระทรวงกลาโหมได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 3 เตรียมเครื่องมือเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ โดยเด็กที่ติดค้างอยู่ในโรงเรียนเวียงแก่นกว่า 30 คนได้รับการช่วยเหลือทั้งหมดแล้ว และขณะนี้ สำนักนายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างการเตรียมถุงยังชีพ รวมทั้ง เตรียมระดม “โดรน” จากทุกหน่วยงานเพื่อดูภาพมุมสูงเพื่อให้การช่วยเหลือแม่นยำมากขึ้น
นายภูมิธรรม มองสถานการณ์น้ำในขณะนี้ยังไม่รุนแรงเท่ากับปี 54 แต่ก็ต้องเฝ้าดูอย่างเข้มข้น เพราะเมื่อคืนจะฝนตกยังหนักมากทางภาคเหนือ แต่ทั้งนี้ขอประเมินสถานการณ์หลังการประชุมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อน โดยนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งตอนนี้ท่านยังไม่สามารถปฏิบัติงาน และได้แสดงความห่วงใยสถานการณ์ พร้อมช่วยเหลือในฐานะคนไทยคนหนึ่ง
ส่วนการตั้งวอร์รูมเฉพาะกิจนั้น มีการตั้งมาหลายสัปดาห์แล้วที่จังหวัดสุโขทัย ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่ในการเข้าไปช่วยบรรเทา อย่างเช่น ถุงยังชีพ / รถโมบายธงฟ้า หรือ ร้านค้าธงฟ้า โดยเลือกสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นและการซ่อมแซมต่างๆ ไปบริการ โดยสถานการณ์น้ำยังไม่มีการกระทบเส้นทางขนส่ง แต่บางเส้นทางอาจจะต้องเร่งระบายน้ำบ้าง

